issay kitagawa แห่งบริษัท Graph เป็นกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่เราติดตามความเคลื่อนไหวไปแบบไม่ตั้งใจ
รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นแฟนประจำผลงานเขาไปแล้ว เคยกระทั่งไปนั่งฟังบรรยาย
ตอนฟังเขาเล่าก็เออ ตั้งใจทำงาน คราฟแบบสุดๆ เข้าใจประวัติศาสตร์การออกแบบ
รักตัวหนังสือเพราะที่บ้านเป็นโรงพิมพ์ แต่ว่าทำไมแม่งทำงานออกมาเรียกว่ายิ่งกว่าฉีกตำรา
พวกที่ชอบพูดว่าทำงานแบบไม่มีตัวตนของนักออกแบบหรืออะไรทำนองนั้นมาเจองานเฮียนี่เด็กๆ
เพราะมันไม่ทิ้งอะไรไว้ซักอย่าง พูดให้เข้าใจง่ายๆคืองานแม่งน่าเกลียดเหี้ยๆ

นึกถึงเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว ที่มีคนพูดถึงการตั้งใจทำงานให้น่าเกลียดอยู่เหมือนกัน
http://www.creativereview.co.uk/cr-blog/2007/august/the-new-ugly
เอาฟอนต์มายืดหรืออะไรทำนองนั้นที่นักออกแบบสติปัญญาดีๆด่าแน่ๆ หรือส่งไปอาจารย์ไม่ตรวจแน่ๆ
โอเคอาจจะมีคนตั้งใจกล้าทำเพราะcontentของมันเหมาะที่จะทำเหี้ยๆ แต่ที่เราเห็นนี่มันไม่เกี่ยวไม่สนใจอะไรเลยนี่หว่า

ล่าสุดเห็นโปสเตอร์นิทรรศการศิลปะ Odilon Redon ที่จะจัดที่Mitsubishi Ichigokan Museum ย่านไฮโซที่สุดย่านหนึ่งในโตเกียว
กลุ่มเป้าหมายโครตไฮเอนด์ แต่มันทำออกมาแบบนี้

โอเค มีดีเทล ซึ่ง ไม่ช่วยฮะ


มีเวบนิทรรศการที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก

http://www.mimt.jp/redon2012/

เขาเขียนหนังสือไว้หลายเล่มได้รางวัลแทบทุกปี ซึ่งก็เป็นงานเหี้ยๆแบบนี้แหละแทรกอยู่ในนั้น
เวลาไปดูก็จะรู้สึกสะใจแปลกๆว่า พวกมึงออกแบบกันนักใช่ไหมเอานี่ไปกิน
หนึ่งในนั้นน่าสนใจชื่อหนังสือว่า “branding is guts”
เชื่อแล้วว่าพี่กล้ามากจริงๆ เลยยิ่งรู้สึกว่าที่นี่ดีจังเลยน้า ยอมให้มีคนทำอะไรแบบนี้ออกมาได้

จริงๆงานสวยๆเขาก็เยอะมากนะ เพราะมีโรงพิมพ์ขั้นเทพอยู่ในกำมือด้วย
http://www1.moshi-moshi.jp/

ปกติงานสวยและเข้าใจง่ายจะขายได้ดี
นักออกแบบชอบมีปัญหาว่างานสวย(โอเคอาจจะคิดไปเอง)แต่ไม่เข้าใจขายไม่ได้
นี่เข้าใจยากด้วยไม่สวยด้วย มันทำได้ไง

Image

http://www.draft.jp/info/dcfs/index.html

แตกตัวอย่างสวยงาม

วันนี้แวะไปดูงานคุณบุมเป ค่าเข้าแค่ร้อยเยนได้ทั้งเเฟ้ม กระเป๋า งานก็ดีอีกต่างหาก ออกมาตรงซุ้มเชือดหมูมีงานจริงขายมากมายในราคาถูกแบบไม่เสียดายกันเลย คงคิดว่าวาดใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ละมั้ง

ได้รูปนี้มาในราคา 500 เยน เมื่อวานกินแมคยังแพงกว่าเลย

20111120-212806.jpg

20111120-212815.jpg

20111120-212823.jpg

20111120-212933.jpg

ไม่ได้อัพเดทนานเอาซะหน่อย

ซื้อไอโฟนมาได้หนึ่งอาทิตย์ อัพblogได้ตอนว่างๆน่าจะดี ใช้แต่เฟสบุ๊คซะนาน ความจำหายหมด

วันนี้มาสัมภาษณ์งานกับ n e a n d e r t a l โหดใช้ได้ คำถามมีเช่น อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดของดีไซน์ อยากจะทำโฆษณาแบบไหน ทำไมทำหนังสือเเล้วอยากทำโฆษณา พอเสร็จเเล้วก็ให้ไปทดสอบทำงาน
จงออกแบบนามบัตรตัวเองในสิบนาที มึงจะโหดไปไหน

เป็นที่ๆรู้สึกว่าโหดสุดตั้งแต่ไปคุยมา
คงงานยุ่งกันจริงๆไม่มีอะไรแบบธรรมเนียมหน่อมแน้มเลย

จนถึงตอนนี้ที่ๆได้ไปคุยมาก็มี
Asyl
good design company
groovisions
รู้งี้หางานตั้งแต่เรียนอยู่ดีกว่า555

20111113-110818.jpg

ไม่ได้เข้ามานาน wordpressเปลี่ยนไปเยอะเชียว ลองซะหน่อย

วันนี้ไปงานdragonquestครบรอบ25ปีมา
เเล้วก็งานmetabolism ที่mori art museum เหนื่อยสมองมากๆ
มีcapsuleของจริงให้ดูด้วย

ได้เสื้อใหม่มาเมื่อวาน จากillustratorขวัญใจคนใหม่ noritake

คล้ายๆ mike mills แต่เป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่น

http://www.noritake.org/

ผ่านหนึ่งปีไปไวเหมือนโกหก ปีนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เลยแอบกดมาได้นิดนึง



ท่ามกลางผลงานสวยๆ ก็มีอันนี้ที่ออกมาเตือนสติด้วย รักจริงๆ คุณkitagawa

อยู่มาหลายปี เพิ่งจะได้เข้าไปก็วันนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว หรือTokyo National Museum เพราะงานแสดงผลงานต้นฉบับ Budha ของ โอซามุ ที่จัดแสดงคู่ไปกับพระพุทธรูปโบราณ รู้ข่าวครั้งแรกก็สนุกดี
แต่เอาจริงๆงานเล็กมาก ดูแป๊บเดียวหมดเเล้ว ดีที่มันเป็นภาพต้นฉบับนั่นแหละ

แต่ที่เจ๋งมากๆ และทำเอาทุกอย่างของเดือนนี้วูบไปหมดเลย คือแผนผังของตึกพิพิธภัณฑ์
ที่ทำขึ้นเพื่อคนตาบอด เคยเห็นของMuseum อื่นที่เป็นอักษรเบรลก็น่าชื่นชมแล้ว
ที่นี่เหนือชั้นขึ้นไปอีก คือการนำMaterialจริงมาทำเป็นส่วนประกอบของแผนผัง
เช่นห้องแสดงเครื่องเคลือบก็ทำส่วนของห้องนั้นให้คนตาบอดสัมผัสแล้วรู้สึกถึงความเป็นเครื่องเคลือบ ห้องของกิโมโนก็หาเนื้อผ้ามาใช้ ห้องอาวุธก็เอาดาบมาให้จับ ทั้งหมดสามชั้น รวมทั้งบันไดห้องน้ำหรือลิฟท์ก็ทำให้เข้าใจได้ โอยยยยยย ยอมแพ้




เดินไปทางซ้ายใกล้ๆ จะมี Gallery of Horyuji Treasures
ของ Yoshio Taniguchi อยู่





นี่ขนาดมาอุเอโนะเป็นร้อยครั้งแล้วนะเนี่ย ยังเพิ่งจะได้มาที่นี่
โชคดีที่อยู่ต่อ

แปลว่า ขอบคุณที่เหนื่อยกันมา ทำได้ดีมาก อะไรทำนองนั้น

เป็น powerbook G4ที่อยู่ด้วยกันมาสิบปีได้
ทำงานทำเงินไปไม่รู้กี่ชิ้น อยู่ๆวันนี้ก็รู้สึกว่าได้เวลาละ
เช็คข้อมูลแล้วก็นั่งรถไฟออกไปซื้อเครื่องใหม่แบบเมื่อวานไม่ได้คิดมาก่อน

กลับมาเห็นเจ้าตัวนี้ที่หลับอยู่ก็เศร้่าๆ เหมือนกันนะ
gokurosama

วันนี้เลิกงานเดินโต๋เต๋ไปแถวชินจูกุ มีแต่เหล่าซาลารี่แมนที่อิดโรย พร้อมเมาในวันศุกร์
กำลังคิดว่าจะกินอะไรหรูๆซักมื้อตบท้ายเพราะกลางวันกินคัพนู้ดเดิลไป
ก็ไปเห็นร้านเสต็กเล็กๆ หน้าตาเหมือนในหนังโบราณ ราคาก็ไม่ได้แพงเท่าที่อยากจ่าย กินเเบบเป็นเซตพร้อมข้าวกับสลัดก็พันสองร้อยเยน (อืม จริงๆก็แพงละ)

มีแต่เคาเตอร์นั่งได้หกเจ็ดคนมั้งเลยต้องรอ
เข้าไปนั่งรอก็สังเกตว่าไม่มีกลิ่นเนื้อย่างไม่มีเสียงฉู่ฉ่าเหมือนร้านอื่นๆที่เคยกิน
คงเพราะเสิร์ฟบนจนธรรมดาไม่ใช่กะทะร้อน
คนมากินก็เป็นซาลารี่แมนกับสาวออฟฟิศท่าทางเหนื่อยๆกันทุกคน

พ่อครัวดูใจดีลูกมือคอยตักสลัดตัดเนื้อตั้งสามคน
เข้าไปแกก็เอาเนื้อย่างบนตะแกรง เนื้อก็ไม่ได้ไฮโซอะไร
ดูเหมือนที่ขายในซุปเปอร์เลย
แล้วก็จริงๆด้วยเพราะว่าถึงออกมาหน้าตาดูดี แต่มันก็เป็นเนื้อเกรดธรรมดาหลายๆ ไม่ได้นุ่มละลายในลิ้นอะไรเเบบที่เขาชอบอวดกัน แต่ที่เจ๋งคือซอสในขวดแบบญี่ปุ่นที่พ่อครัวแกเอามาทาก่อนจะย่าง ทำให้เสต็กราคาธรรมดานี่พิเศษกว่าทุกร้านที่เคยกินมา จริงๆคงเหมือนเนื้อย่างบ้านเราที่โดนน้ำจิ้มเจ๋งๆเข้าไป เนื้อเลวยังไงก็อร่อยล่ะนะ

กินไปนั่งมองร้านไปเงียบๆ แอบมีลายเซ็นคนดังกับเขาเหมือนกัน สองสามแผ่น ไม่รู้จักซักคน เป็นดาราโบราณ แต่ว่าหนึ่งในนั้นใบนึงเป็นของคุณป้าที่พากษ์เป็นโดราเอม่อน! (ที่รู้เพราะแกเขียนกำกับเอาไว้ไม่งั้นจะไปรู้ชื่อแกได้ยังไง 55)

กินจบแบบซึ้งๆ เข้าใจความรู้สึกของคนทำงานที่อยากกินอะไรอร่อยๆเป็นพิเศษ
แต่มันก็ไม่ได้มีเงินมากมาย ร้านนี้ก็คงคอยเติมพลังให้เหล่าซาลารี่แมนพวกนี้ ทำเสต็กให้อร่อยสุดเท่าที่จะทำให้ได้อยู่ในซอกหลืบเล็กๆของชินจูกุ

ตอนไปจ่ายเงินได้หยิบนามบัตรร้านมา
เขียนไว้แปลได้ความว่า
Le monde, God of steak

ถ้าเป็นหนังนี่ พรุ่งนี้ไปอีกทีร้านหายไปแล้วแหงๆ

http://www.lemonde-japan.com/

หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 248,767 hits
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 33 other followers