You are currently browsing the category archive for the ‘media’ category.

รายการทีวีของ nhkคุยเรื่องการเขียนการ์ตูน จัดโดยนักเขียนการ์ตูน naoki urasawa
ได้เห็นวิธีวาดของแต่ละคนสดๆ เหวอมากๆ (แอบดูบ้านแต่ละคนได้ด้วย 55)

asano inio คนเขียน solanin

Kazuhiro Fujita คนเขียนอุชิโอะโทระ เทคนิคพิเศษคือ ใช้ลิขวิด ลุงแกเขียนลบเขียนลบจนกระดาษพังหมด แต่งานออกมาได้ฟีลมากๆ

เพิ่งมีซีซันแรก สนุกทุกคนเลย ถ้าค้นดีๆคงมีsub engหมดแหละ สมัยนี้แล้ว
http://www.nhk.or.jp/manben/

เห็นเขาค่อยๆ ระลึกชาติกันช่วงนี้ ทำมั่ง

ปกซีดี
Barrette บาแรตต้าของวง nogizaka46
จริงๆก็ไม่มีอะไร แต่ไปเทียบกับวงไอดอลอื่นๆสิ เอเคบียังไม่มีอะไรแบบนี้เลย
เห็นครั้งแรกก็ชอบมากๆ จนมารู้ทีหลังว่าน้องที่ชดกาแฟแก้วบังนี่คือเซนเตอร์ของวงอีก โห
ช่างภาพสั่งให้เอาของใช้กับเมคอัพไปเอง แล้วก็ให้ไปกินเล่นในร้านนั้นประมาณนึงก่อนแล้วค่อยถ่าย




อยากไปส่องโลเกชั่น เวบนี้บอกทางไปไว้

มิวสิควิดีโอ
จริงๆ ไม่ได้ชอบ yeah yeah yeahs เท่าไหร่ แต่อันนี้มันดีจริงๆ
ทำให้นึกถึงยุคทองของการดูมิวสิควิดิโอจากพวกChris Cunningham, Spike Jonze, Jonathan Glazer, Michel Gondry อะไรแถวนั้น

ทีมที่ทำชื่อ megaforce ดีทุกอัน

นิทรรศการ
design-ah ที่21_21 design sigh
ปีนึงจะมีนิทรรศการที่ดูแล้วขนลุกประมาณปีละครั้ง งานนี้คืองานนั้น
คนเก่งๆทุกสาขามารวมกัน โดยเฉพาะsound designจากcornelius นี่มันช่วยจริงๆ
(จริงๆปีนี้ควรจะเป็นนิทรรศการโจโจที่น้ำตาไหล แต่มันซื้อตั๋วไม่ทันง่ะ จำจนตายเลย)

หนัง
ถ้าความเป็นมหรสพในโรง ปีนี้ก็ gravity แหละนะ ที่เหลือด้วยความเป็นจอคอม ยังไงมันก็ไม่คาอยู่นานเดี๋ยวก็ต้องตัดไปดูเรื่องถัดไปละ (จริงๆ pacific rimก็ทำนองนี้เหมือนกัน แต่ไม่ชอบdesignหุ่นน่ะ)

ส่วนหนังไทยก็ต้อง mary is happy, mary is happy สิ
รอหนังไทยแบบนี้มานาน ไม่เสียแรงที่ติดตามกันมา
ได้ทำโปสเตอร์ไปแจมโปรเจค RETWEETED ด้วย

Print

web
http://www.trendlist.org/
เห็นอันนี้ครั้งแรก รู้เลยว่าจบกันละ โดนดักทุกทาง

ส่วนของญี่ปุ่นชอบเวบขายยาหยอดตาอันนี้ โดนดูดเข้าไปเล่นอยู่นาน

โห นี่ใช้เวลานานมากกว่าจะเขียน enytry นี้เสร็จ มือฝืด
ปีหน้าหวังว่าจะคล่องขึ้นกว่านี้

บ้าดาราเล็กน้อย ช่วงที่ทำที่นี่ก็จะมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ ปกติก็จะคุยอยู่ชั้น 1 เงียบๆกัน
แต่จะมีอยู่กลุ่มนึงที่เสียงดังเฮฮาขึ้นมาถึงชั้น 3  คือวง RIP SLYME นี่เอง
ครั้งแรกไม่ได้เจอแต่เขาก็มากันอีกบ่อยๆ เพราะว่าเป็นวงที่ผูกปิ่นโตทำกันมากับที่นี่มานาน
สุดท้ายก็ออกมาเป็นซิงเกิ้ลนี้ เป็นเพลงประกอบละคร legal high ซีซั่นใหม่นี้พอดีด้วย

พูดถึงความบ้าดารา จริงๆมีน้องคนนึงที่รู้จักเรียนจบไปทำงานที่สตูดิโอถ่ายภาพ มีโอกาสเจอคนดังเยอะมากกว่าประมาณพันเท่า ล่าสุดคุยกัน อืมม เอเคบีก็มากันบ่อยนะคะ คนอื่นก็มีหนูไม่ค่อยสนใจมาก อ้อ วันก่อนแทยอนก็มาถ่ายโฆษณานะพี่ ฟังแล้วแบบ พลาดละ น่าจะมาเรียนถ่ายรูปบ้าง

เมื่อเราก้าวขึ้นรถเมล์กฏหมายก็เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว แน่นอนว่าคุณได้เข้าทำสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งมีผลบังคับให้คุณต้องชำระค่าโดยสารในการเดินทาง ถ้ารีบลงไปก่อนจ่ายค่าโดยสารล่ะก็มาตรการทางกฎหมายอาญาก็จะเข้ามาจัดการกับคุณ ในกรณีรถเมล์ประสบอุบัติเหตุ กฎหมายก็พร้อมที่จะบอกว่าใครบ้างที่จะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับความเสียหายที่คุณได้รับ งานของคุณ บ้านของคุณ ความสัมพันธ์ที่คุณมีต่อคนอื่นๆ หรือแม้แต่ชีวิต รวมทั้งความตายของคุณ ทั้งหมดนี้และสิ่งอื่นๆ อีกมากมายล้วนถูกกำกับ ควบคุมและจัดการโดยกฎหมายทั้งสิ้น

จากหนังสือ กฎหมายฉบับพกพา สำนักพิมพ์ openworlds

เพิ่งได้อ่านพอดีกับที่ดูละครเรื่องนี้ seasonแรกจบไป ตามดูเพราะอินต่อมาจากเรื่อง hanzawa
และพบว่ามันโครตเจ๋งและสนุกมาก เป็นเรื่องของทนายนอกคอกที่ไม่เคยแพ้ใคร
แต่ละตอนก็จะมีคดีต่างๆครบทุกแนว ทั้งฆาตกรรม ชุมชนสู้กับบริษัทก่อสร้าง คดีหย่าของดารา
ปกติเรื่องทำนองนี้มันก็จะถูกจับใส่ตะกร้าง่ายๆ คนที่น่าสงสารก็ถูกกฏหมายเอาเปรียบ
แต่สุดท้ายทนายคนดีก็ต้องชนะ แต่อันนี้ที่เจ๋งคือ ไอ้พระเอกนี่แทบไม่ได้อยู่ฝ่ายนั้นเลย
บางตอนก็ไปเข้าข้างฝ่ายที่มีเงินมากกว่าแต่เลวเห็นๆ
ความยุติธรรมคืออะไร ใครกันที่เป็นฝ่ายถูก คนเราไม่ใช่พระเจ้าจะไปรู้ได้ยังไง เพราะงั้นก็จงชนะสิ  

เขียนมาถึงตอนนี้ก็นึกถึงเรื่ิอง blackjack เลยแฮะ คล้ายๆ เเบบนั้นแหละ
มีaragaki yuiมาเป็นผู้ช่วยที่เชื่อในความยุติธรรมแบบโลกสวยมาคัดง้างกับพระเอก แต่ก็จ๋อยกลับไปทุกที

ประเด็นหนักพอดู ยิ่งตอนท้ายๆนี่เข้มข้นพอๆกับhanzawa
เหมือนจะเป็นละครยากๆเครียดๆ แต่ไม่เลย มันตลกมากๆด้วย นี่มันละครตลกเลยน่ะ
ดูไปก็คิดไปว่าคนเขียนบทมันเก่งจังวะ ดีที่มีseason2แล้วตอนนี้ เป็นเรื่องที่ดูได้หลายรอบเลยนะเพราะว่าพูดไวมาก บางชอตนี่ฟังก็ไม่ทันอ่านซับก็ไม่ทัน เป็นปืนกลเลย แต่สนุกอยู่ดี (จริงๆลีลาแบบนี้มันเลยสนุกด้วยละมั้ง) ต้องดูฮะ

ช่วงสองสามปีหลังมานี่ เรียกว่าเป็นวงที่ฟังบ่อยที่สุด เพลงมันดีน่ะนะ
ซึ่งวันนี้เพิ่งจะได้เห็นยุคแรกๆของวงนี้

มีคนคอมเมนต์ว่า พวกเธอโชคดีมากที่เจอโปรดิวเซอร์คนปัจจุบัน 555

ปัจจุบันเป็นแบบนี้แล้ว

เมื่อประมาณ2เดือนก่อนตอนเช้าที่สถานีตอนไปทำงานได้เจอโฆษณาว่าจะมีคอนเสิร์ตออเคสตร้าเล่นเพลงของstarwars เมื่อลองsearchดูก็เจอคลิปนี้

โอเค จองทันที แพง แต่เอาวะ อดข้าวเอา
เอาที่นั่งที่ดีสุดไปเลยละกัน จองแบบก่อนจำหน่ายจริงด้วยเสียค่าจองเพิ่มอีก300เยน

และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันแม่พอดี
ไปถึงก็เห็นเวเดอร์และเหล่าStormtroopersเดินไปมาเต็มไปหมด
นอกจากจะมีแบบofficialที่จัดไว้ให้ถ่ายรูป ก็มีแก๊งจากทางบ้านมาด้วยมากมาย จัดเต็มแม้หุ่นไม่ให้
ในล๊อบบี้มีเสียงเลเซอร์ยานบินตลอดเวลา บางคนก็เอาดาบเลเซอร์มา ถือกันว่อนงาน




มีป้ายแปะไว้เลย ปกติมันจะเขียนว่าห้ามใช้มือถือห้ามถ่ายรูป งานนี้ห้ามใช้ light saber ระหว่างการแสดงค่ะ 555

ตอนนั่งรอก็มีเสียงยานบินไปมา เสียงวูกี้ เสียงเลเซอร์เบาๆ บิวต์ไปเรื่อยๆ เป็นระยะ
เเล้วก็ได้เวลา นักดนตรีมานั่งกันครบแล้ว เป็นวงTokyo Philharmonic Orchestra
แล้วไฟก็ค่อยๆมืด เสียงเอฟเฟคต์เริ่มดังถึ่ขึ้นกลายเป็นเสียงเอฟเฟคต์ยานบินไปมาเลเซอร์ยิงระเบิดทั่วฮอลล์ แล้ว Mark Watters คอนดักเตอร์ก็ออกมา ยืนตรงกลางพร้อมเพลงเอฟเฟคต์ของTHX ต่อด้วยธีมของ20th century fox

ตอนนี้คนดูคลั่งแล้ว จริงๆคลั่งกันตั้งแต่มันปิดไฟแล้วล่ะ แต่พอตัวหนังสือขึ้นว่า a long time ago in a galaxy far far away… นี่ทุกอย่างพีคไปหมดแล้ว พีคจนคำว่า starwars สีเหลืองที่ตามมายังรู้สึกว่ามันสุดไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

เพลงแรกประมาณนี้เลย ทุกอย่างเพอร์เฟคต์มาก ฟินน้ำตาไหล
ฟังมาตั้งแต่เด็ก มาวันนี้ได้มาฟังสดๆ ทุกรายละเอียด ขนาดอ่านเจอว่ามีคนบอกว่าข้อเสียของคอนเสิร์ตนี้คือมัน it was so perfectly close to what you hear in the films หรืออย่างที่มีวงประสานเสียงช่วงDuel of the Fates เราก็แทบไม่รู้สึกว่าไอ้ที่ร้องอยู่นี่ก็หัวดำคนญี่ปุ่นทั้งนั้น สมแล้ว

พอจบเพลงแรก ก็มีพระเอกของงานมาอีกคน Anthony Daniels นั่นเอง
ถูกแนะนำตัวอย่างเท่ว่าเป็น soul ของ C-3PO ลุงแกมาสวัสดีคมบังวะชาวญี่ปุ่นแล้วก็เริ่มทำการเล่าตำนานอวกาศนี้ สลับกับการแสดงไปเรื่อยๆ ถ้าหลับตานี่ก็คือ C-3PO มาคุยให้ฟังเลยทีเดียว (แน่ล่ะ) แล้วยังมีมุขตลอดเวลา อย่างตอนพูดถึงเพลง droids ก็ทำท่าภูมิใจพูดถึงคุณสมบัติหุ่นซะยืดยาวจนคอนดักเตอร์หันมาค้อน บางตอนที่พูดถึงตอนที่เป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ก็ทำท่าเดินเป็นหุ่นซะคนกรี๊ด แถมด้านในสูทยังเป็นเสื้อกั๊กสีทองซะอีก ขโมยซีนได้ตลอด

เล่นไปจนถึงThe Imperial March ก็เบรคครึ่ง

พอครึ่งหลังเริ่มใช้เลเซอร์แล้ว ยิงปาดคนดูไปมา แต่ที่เจ๋งคือช่วงที่พูดถึง cantina
ก็กลายมาเป็นกลองชุดเล่นกันสนุกมาก

มาถึงเพลงสุดท้าย End Credits บนจอก็เป็นภาพของ John Williams ตั้งแต่สมัยทำ new hope
สลับกับใบปิดไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 1979 จนจบภาพสุดท้ายคือตอนที่ทำงานกันอยู่กับลูคัส น้ำตาไหลอีกรอบ ตอนนี้เห็นว่าเป็นปีครบรอบ 80 ปีของแกด้วย สุดยอดจริงๆครับคุณตา
คนปรบมือไม่หยุด แน่นอนว่ามีอังกอร์ cantina นั่นเอง คราวนี้บนจอไม่มีภาพจากในหนังแล้วแต่เป็นภาพนักดนตรีกำลังเล่นอยู่ซึ่งก็เจ๋งมากๆ จบแล้วไม่พอ คนยังคลั่งอยู่เลยซัด The Imperial March อีกรอบ พอจบอันนี้ทุกคน standing ovation เลย เป็นอีเวนต์ประทับใจอันดับหนึ่งในชีวิตไปแล้ว

ตบมือจนเจ็บ คิดในใจตลอดว่า ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ

ตลาดใหญ่เพลงสากลที่ฝรั่งทั้งโลกต้องเอาใจก็คือญี่ปุ่นนี่
เราเลยเห็นทั้งซิงเกิลพิเศษ,bonus track, japan edition ทั้งหลายแหล่ออกมาล่อสาวกชาวญี่ปุ่น แม้แต่ฝรั่งมาร้องเพลงญี่ปุ่นcoverแถมก็มี
แต่พี่andrewคนนี้ไปไกลกว่านั้น ออกcover albumเพลงญี่ปุ่นยอดฮิตออกมาเลย
เเถมไม่ใช่ร้องเฉยๆยังเอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษซะอีก
แล้วใครว่าไม่ได้ด้วยว่าต้นฉบับเจ๋งกว่า เพราะแกซัดเต็มเหนี่ยวบ้าพลังตามสไตล์
อย่างมันเลย จริงๆออกมานานสองปีแล้ว เพลงก็เป็นเพลงฮิตช่วงที่มาอยู่ที่นี่พอดี

“KISEKI” (originally GReeeeN’s “Kiseki” [キセキ])
“GIROPPON” (originally Nezumi Senpai’s “Roppongi ~Giroppon~” [六本木~GIROPPON~])
“Shuchishin” (羞恥心 Shūchishin?, originally by Shuchishin)
“Linda Linda” (リンダ リンダ Rinda Rinda?, originally by THE BLUE HEARTS)
“Little Love Song” (小さな恋のうた Chiisana Koi no Uta?, originally by MONGOL800)
“Gakuen Tengoku” (学園天国?, originally by Finger 5)
“Runner” (originally by BAKUFU-SLUMP)
“Monica” (モニカ Monika?, originally by Kōji Kikkawa)
“Bohemian” (ボヘミアン?, originally by Yuki Katsuragi)
“Love Is Over” (ラヴ・イズ・オーヴァー Ravu Izu Ōvā?, originally by OuYang FeiFei)
“MY FIRST KISS” (originally covered by Hi-STANDARD)
“Ai Senshi” (哀 戦士?, originally by Daisuke Inoue)
“Shima Uta” (島唄?, originally by THE BOOM)
“Thrill” (スリル Suriru?, originally by Tomoyasu Hotei)

พออัลบั้มนี้ดังเลยได้ทำ gundum rock ต่ออีกอัน แต่ไม่อินเท่าไหร่ อันนี้เจ๋งกว่า
andrew wk นี่ก็เป็นวงเพื่อชาวเนิร์ดพอๆกะ weezer นะเราว่า แต่มันแนวเดียวมั่นคงกว่า คือเอาความบ้าพลังเข้าแลก ฟังมาตั้งแต่อัลบั้มเก่าๆก็ชอบทุกเพลง เพราะมันเหมือนกันหมดเลย 55

ลองฟังคิเซกิซะก่อน

adใหม่ ของมิยาซากิ อาโออิ


เดิน

เบสบอล

โหนบาร์

เพลงนี้คือ1001violins ของวง The blue hearts วงพังค์ที่ได้ชื่อว่าเป็นsex pistol ของญี่ปุ่น เพิ่งครบรอบ25ปีไม่นานมานี้
เพลงดังๆอีกเพลงคือ Linda linda linda
นักร้องนำเห็นเคยไปร้องให้tokyo skaมาทีนึงด้วย เพี้ยนๆแต่เพราะดี

1001violins

ヒマラヤほどの消しゴムひとつ
楽しい事をたくさんしたい
ミサイルほどのペンを片手に
おもしろい事をたくさんしたい

มียางลบเท่าหิมาลัย
เรื่องสนุกๆมากมายที่อยากทำ
ปากกาใหญ่เท่ามิไซส์ในมือ
อยากจะทำเรื่องสนุกๆมากมาย

夜の扉を開けて行こう
支配者達はイビキをかいてる
何度でも夏の匂いを嗅ごう
危ない橋を渡って来たんだ

เปิดประตูของกลางคืนออกไป
ไม้บรรทัดกำลังนอนกรนอยู่
ไปสูดดมกลิ่นของฤดูร้อนซ้ำแล้วซ้ำอีก
ข้ามสะพานที่อันตรายมาได้แล้ว

夜の金網をくぐり抜け
今しか見ることが出来ないものや
ハックルベリーに会いに行く
台無しにした昨日は帳消しだ

ลอดผ่านลวดหนามของกลางคืน
ไปเห็นสิ่งที่เห็นได้แค่ตอนนี้
ไปเจอกับฮัคเคิลเบรี่ (เขาหมายถึงฮัคเคิลเบรี่ ฟินน์ใช่มั้ย ไม่เคยอ่าน)
เมื่อวานที่เสียเปล่าน่ะลบมันไป

ヒマラヤほどの消しゴムひとつ
楽しい事をたくさんしたい
ミサイルほどのペンを片手に
おもしろい事をたくさんしたい

มียางลบเท่าหิมาลัย
เรื่องสนุกๆมากมายที่อยากทำ
ปากกาใหญ่เท่ามิไซส์ในมือ
อยากจะทำเรื่องสนุกๆมากมาย

ゆりかごから墓場まで
馬鹿野郎がついて回る
1000のバイオリンが響く
道なき道をブッ飛ばす

จากเปลเด็กถึงหลุมศพ
ตามล้อมไปด้วยคนบ้า
ไวโอลินพันตัวเปล่งเสียง
ตะบึงผ่านทางไร้ถนน

誰かに金を貸してた気がする
そんなことはもうどうでもいいのだ
思い出は熱いトタン屋根の上
アイスクリームみたいに溶けていった

รู้สึกว่าให้ใครยืมเงินไป
ตอนนี้เรื่องอย่างนั้นจะเป็นยังไงก็ช่างมันแล้ว
ความทรงจำอยู่บนหลังคาสังกะสีร้อนๆ
ก็ละลายไปเหมือนไอสครีม

ヒマラヤほどの消しゴムひとつ
楽しい事をたくさんしたい
ミサイルほどのペンを片手に
おもしろい事をたくさんしたい

มียางลบเท่าหิมาลัย
เรื่องสนุกๆมากมายที่อยากทำ
ปากกาใหญ่เท่ามิไซส์ในมือ
อยากจะทำเรื่องสนุกๆมากมาย

แปลได้เท่านี้ ยังกะใช้กูเกิลเลยนะ ไม่รู้เรื่องแต่ได้ฟีล ฮ่าฮ่า
มันเลือกเพลงกันเก่งจริง

ในyoutubeมีทั้งเวอร์ชั่นพังค์และเวอร์ชั่นไพเราะ

ぼくらは位置について 横一列でスタートをきった
つまずいている あいつのことを見て
本当はシメシメと思っていた
誰かを許せたり 大切な人を守れたり
いまだ何一つ サマになっていやしない
相変わらず あの日のダメな ぼく

ずっと探していた 理想の自分って
もうちょっとカッコよかったけれど
ぼくが歩いてきた 日々と道のりを
ほんとは“ジブン”っていうらしい

世界中にあふれているため息と
君とぼくの甘酸っぱい挫折に捧ぐ・・・
“あと一歩だけ、前に 進もう”

空にはいつでも まるでぼくらの希望のように
こぼれそうなくらい 星が輝いて
届かないその手を伸ばしたんだ
ガラスケースの中 飾られた悲しみを見て
かわいそうに・・・なんてつぶやいてる
こんな自分 ケリたくなるくらい キライ!

ねぇ ぼくらがユメ見たのって
誰かと同じ色の未来じゃない
誰も知らない世界へ向かっていく勇気を
“ミライ”っていうらしい

世界中にあふれてるため息と
君とぼくの甘酸っぱい挫折に捧ぐ・・・
“あと一歩だけ、前に 進もう”

เพลงประกอบรายการ professional ช่องnhk
ฟังแล้วฮึดแต่ไม่มีปัญญาจะแปลสวยๆได้
ไปหาดูรายการย้อนหลังในyoutubeว่าプロフェッショナル 仕事の流儀เอาละกันนะว่ามันได้ฟีลยังไง

แป๊บๆxmasอีกปีแล้ว
เอาadในตำนานของคนญี่ปุ่นมาให้ดู
โฆษณาjrที่อยู่ในตำราทุกเล่มเมื่อพูดถึงงานโฆษณาญี่ปุ่น
จะออกฉายช่วงxmasเพื่อคู่รักที่อยู่ห่างไกลกันมาใช้บริการ

ปี89น่ารักสุดๆ เพลงก็เชย เช้ย เชย น่ารักดีจริงๆ
ของไทยแนวนี้มีอะไรมั่งนะ ที่ต้องติดตามทุกปี
นึกออกแต่สาวเชคเนสกาแฟ

หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 297,920 hits