มาร์คไว้หน่อย ตอนเช้าเอากระเป๋าไปฝากนิปโปริแล้วไปหาอะไรกินอุเอโนะ ว่าจะเดินสวนเล่น ปรากฎว่าฝนตก หนาวก็หนาว เลยเดินห้างparcoไปละกัน วนไปวนมาก็ไม่มีที่ไปละ หลังจากเอาของเข้าออกอยู่สนุกสนานเพราะไม่เคยขึ้นแอร์เอเชีย ตอนนี้อยู่นาริตะ ชั่งน้ำหนักกระเป๋าตอนแรกได้ 19.95 kg พอเอาเข้าเคาท์เตอร์ ลงเป๊ะ 20.0 ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่นี่ก็ทิ้งเสื้อหนาวกางเกงฮีทเทคไว้สนามบินโลด

จะมาเขียนดีเทลอะไรจุกจิกละนี่ จริงๆมันควรจะเขียนสรุปรวมๆกว้างใหญ่ซึ้งๆให้สมกับการมาอยู่ตั้งนาน แต่พอคิดย้อนไปมันก็เยอะแยะแบบถ้าจะเขียนจริงคงตกเครื่องแน่

เอาเป็นว่าวันนี้เป็นวันย้ายที่อีกรอบ จะยังไงต่อก็ลุ้นกันต่อไป

จองตั๋วกลับมาตอนเมษาแล้วล่ะที่จริง

วิวหน้าดองกี้ เมื่อเช้านอนแถวโยโยงิ

Advertisements

คืนบ้านแล้วเรียบร้อย วันนี้ก็วันสุดท้ายที่จะได้อยู่ญี่ปุ่นเต็มๆวันแล้ว

ตอนเที่ยงไม่รู้จะไปไหน เรียกว่ามีlistที่จดไว้ว่าอยากทำอะไรกินอะไร ก็ไล่ทำไปจนหมดเกลี้ยงlist เลยไป Teien Art Museumที่เมกุโร่ รอกินทงคัตสึทงกิ

มีงาน decorations อยู่พอดี จัดงานเข้ากับสถานที่เลย มีงานของอาจารย์อารยาด้วย

จบแล้วก็ย้อนไปทำธุระชินจูกุ แวะไปคิโนะที่ฝากท้องมาสิบกว่าปี ตั้งแต่มีเจ็ดชั้น หดเหลือสี่ จนตอนนี้มีแต่ภาษาอังกฤษชั้นเดียว

นี่มาคิดย้อนไปก็เหมือนแป้บเดียว แต่ก็มีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะฝากไว้ในblogนี้ โพสนี้จะเป็นโพสสุดท้ายของblogนี้มั้ยนะ (ยังไม่ตาย!) แต่ว่าเดี๋ยวเราก็กลับมาเขียนโตเกียวอีกอยู่ดีแหละ ดีไม่ดีจะได้อัพบ่อยกว่าตอนทำแต่งานในโตเกียวด้วยมั้ง

บ้านโตเกียวสุดท้าย บ๊ายบาย

เมื่อเช้าขนเตียงกะเครื่องซักผ้าไปให้คนเขาเอาไปทิ้ง รอส่งลังสุดท้ายไปอีก 29กิโล หนึ่งหมื่นหนึ่งพันเยน

วันนี้ก็วันสุดท้ายที่จะอยู่บ้านนี้แล้ว ตอนนี้มาเขียนblogอยู่ที่บ้านairbnb คิดแล้วยังหนาวไม่หาย ฮีตเตอร์ก็ไม่มี ใช้เตาไฟฟ้ากับผ้าห่มไฟฟ้า ที่รัศมีทำการแค่ฟุตนึง ไม่รู้อยู่ไปได้ยังไง แต่ถึงจะหนาวอย่างนี้ก็ต้องทยอยทิ้งฮีทเทคแล้วเพราะคงไม่ได้ใช้แน่ๆ รู้สึกการกลับเมืองไทยเป็นความจริงขึ้นมาทันที

คือสามวันที่ผ่านมาเรียงกันไป

คิจิโจจินี่ตอนนี้เขาเอาน้ำออก แล้วหิมะตกพอดี คงเป็นวิวที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ

เดี๋ยวมาใหม่

ตลกที่ได้หนังสือสองเล่มสุดท้ายจากhyakunenคือสองเล่มนี้ ยุคเดียวกัน

ดีไม่ดีคนเอามาขายคือคนเดียวกัน

เมื่อวานไปกินซ่า

g8มีงานidea magazine พอดี นึกถึงตอนเข้าไปรื้อหนังสือในห้องวารสารแล้วเจอ

เดินมาถึงgggเห็นตึกหลุยวิตตองประกาศทุบแล้ว บ๊ายบาย

วันนี้ไปรปปงงิ

เดี๋ยวมาใหม่

มีงานjump vol.2

วันนี้ก็ยังหนาวอยู่ เขาว่าหนาวสุดในรอบ 48 ปี ก็ดี ส่งท้ายกันไปเลย

วันนี้เลยหลบอยู่บ้าน ออกไปสองทีกินข้าวเที่ยงเเละข้าวเย็น สภาพต่างกันดังภาพ

ตกตั้งแต่เช้านี่ยังไม่หยุด ทีวีบอกไม่ได้เห็นตกหนักขนาดนี้มาสี่ปีแล้ว ยังจำได้ว่าสี่ปีก่อนเพิ่งย้ายบ้านมา ต้องลุยหิมะอยู่เลย

ก็ว่าจะเขียน ไปๆมาๆอ้าวเหลืออีก10วัน บันทึกไว้หน่อย

– ตอนนี้บ้านว่างมาก ขนกลับไป 11 ลัง 8หมื่นเยน
– เทศกาลเเจกของ นัดเจอน้องคนไทยจำไม่ได้แล้วว่ากี่คน อะกระจกใครเอา หม้อข้าวใครเอา โต๊ะใครเอา
สนุกดีพอโพสไปแบบทุกคนจะมาแย่งกันหมดภายใน 5 นาที ของบางอย่างก็ขายแต่เราขายคนญี่ปุ่นเช่นจักรยาน ตู้เย็น
– พอบ้านไม่มีตู้เย็นก็ต้องเอาของไปแช่ที่ตู้ไปรษณีย์ชั้นล่างนอกห้อง เปิดมาก็จะมีปูอัด ชิกุวะ
– ช่วงนี้นอกจากทำงานก็คือตระเวณไปตามที่ต่างๆในอดีต ทั้งบ้านเก่า มหาลัย เหมือนหนังที่เอดเวิร์ดนอตันตระเวณไปตามนิวยอร์ควันสุดท้ายก่อนจะเข้าคุก แต่ไม่ได้อะไรขนาดนั้น แค่ไม่รู้จะไปไหน นึกมาได้เลยลองไปซะหน่อย
– ไอ้ความไม่รู้จะไปไหนนี่ดูน่าหมั่นไส้มาก แต่พอบังคับตัวเองว่าต้องออกจากบ้านทุกวันมันไม่รู้จะไปไหนจริงๆเเฮะ ใช้วิธีว่าอยากกินอะไรก็ไปเดินแถวนั้นเดี๋ยวจะไม่ได้กินแล้ว จนหลังๆเบื่อจะถามเเล้วว่าอยากกินอะไร ปกติเจออะไรก็กิน พอต้องคิดก่อนวันนึงทุกวันเป็นเดือนๆนี่มันก็เบื่อจริงๆ ตอนนี้เลิกละ ก็กินๆไปเหอะ
– บ้านอย่างโล่ง จริงๆอยู่แค่นี้ก็อยู่ได้นี่หว่า ดูน่าอยู่กว่าเดิมเยอะ
– ได้ไปเที่ยวที่แปลกๆ เช่น art tower mito, สวนสัตว์เด็กที่ไซตามะ ไม่มีคนเลยทั้งสองที่
– วันนี้ก็ไปคาวาโกเอะ สรุปอยู่มา10กว่าปี ไปมาสี่ครั้ง ไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไหร่

ได้ไปดูงานคนนี้ที่ ggg พอเป็นงานฝรั่งเศสไซส์มันก็ใหญ่สะใจจริงๆ
แต่อันนี้ดีกว่าที่คิดอีก งานทุกอันมีmotion graphicให้ได้ดูอีกห้องด้วย น้อยแต่เป๊ะมากๆ
หลายๆอันก็เห็นที่ฝรั่งเศสนั่นแหละ ทำอยู่คนเดียวเรอะนี่

https://apeloig.com/








วันนี้เริ่มเย็นขึ้นมาหน่อย เป็นโค้งสุดท้ายหน้าร้อน ได้ออกจากบ้านซะที เลยได้ไปดูงาน “หนังสือของสามคน” ที่ our favorite shop ร้านของ kigi

เป็นงานออกแบบหนังสือของart directorสามคน
Atsuki Kikuchi
Kazunari Hattori
Kaoru Kasai
คือปกติเขาก็ทำงานโฆษณา โปสเตอร์อยู่แล้ว พอมาทำหนังสือก็สุดยอด
จริงๆก็ซื้อเก็บไว้หลายเล่มแล้ว แต่บางเล่มก็เพิ่งเคยเห็นของจริง ช่วงนี้ได้ทำหนังสือหลายเล่ม ก็ดี
จะได้เซ็ตเอาไว้เป็นมาตรฐาน








อัพเดท
-ก็ยังมีงานทำอยู่ รอดไปนึกว่าจะว่างงาน
ปรากฏไม่ได้ออกจากบ้านเลย (เพราะร้อนด้วย) ดังนั้นวันๆคือตื่นมาทำงาน กินข้าว ทำงาน แล้วออกไปซื้อกับข้าวซุปเปอร์ กลับมากินข้าวแล้วดูหนังเล่นเกม วนไป
– งานมีแต่สิ่งพิมพ์ หนังสือ ซีดี แผ่นเสียง เลยต้องใช้pantone นี่เลยอยากย้ายไปทำออนไลน์แล้วไม่เปลืองดี
– พอออกมาแล้วเลยไม่มีแพนโทนให้ใช้ ปกตินี่มีให้ฉีกแบบบุฟเฟ่เลย ไปหาข้อมูลก็ไม่ค่อยจะมีคนเขียนไว้ สุดท้ายด้วยความเกรงใจลูกค้า ต้องมาจิ้มสีกันผ่านเฟซบุคทุกงานก็ยังไงอยู่เลยซื้อๆไปเฮอะ แบบฉีกไม่ได้ หมื่นหกพันเยน เป็นของปี2016อัพเดทล่าสุด ก็หวังว่าจะได้ใช้นานๆ ถึงแม้มันจะเขียนว่าจงเปลี่ยนทุก 12-18เดือน
-ในหนึ่งชุดมีสองอันเคลือบกับไม่เคลือบ coated, uncoated ปกติก็ใช้แค่นี้ เหรอวะ ตอนอยู่ grvใช้ของdic color มี8-9เล่ม สีฝรั่งเศส สีจีน ก็ทำใจไป คงค่อยๆซื้อเพิ่มไป
– จริงๆมันมีสีเมทัลลิคกับพวกสีพิเศษนีออนอีกเล่ม ดูก่อนว่ายังไง ก็อยากมีใช้เหมือนกัน เหมือนราคาที่อเมซอนที่นี่จะถูกสุด

เดี๋ยวนี้เขาให้ถ่ายรูปได้ปกติแล้วก็เก็บไว้ซะหน่อย ร้อนโครตๆ ตอนนี้คืออาทิตย์นึงออกนอกบ้านหนึ่งวัน ที่เหลือนั่งร้อนอยู่ที่บ้าน


หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 302,656 hits
Advertisements