ได้ไปดูงานคนนี้ที่ ggg พอเป็นงานฝรั่งเศสไซส์มันก็ใหญ่สะใจจริงๆ
แต่อันนี้ดีกว่าที่คิดอีก งานทุกอันมีmotion graphicให้ได้ดูอีกห้องด้วย น้อยแต่เป๊ะมากๆ
หลายๆอันก็เห็นที่ฝรั่งเศสนั่นแหละ ทำอยู่คนเดียวเรอะนี่

https://apeloig.com/








Advertisements

วันนี้เริ่มเย็นขึ้นมาหน่อย เป็นโค้งสุดท้ายหน้าร้อน ได้ออกจากบ้านซะที เลยได้ไปดูงาน “หนังสือของสามคน” ที่ our favorite shop ร้านของ kigi

เป็นงานออกแบบหนังสือของart directorสามคน
Atsuki Kikuchi
Kazunari Hattori
Kaoru Kasai
คือปกติเขาก็ทำงานโฆษณา โปสเตอร์อยู่แล้ว พอมาทำหนังสือก็สุดยอด
จริงๆก็ซื้อเก็บไว้หลายเล่มแล้ว แต่บางเล่มก็เพิ่งเคยเห็นของจริง ช่วงนี้ได้ทำหนังสือหลายเล่ม ก็ดี
จะได้เซ็ตเอาไว้เป็นมาตรฐาน








อัพเดท
-ก็ยังมีงานทำอยู่ รอดไปนึกว่าจะว่างงาน
ปรากฏไม่ได้ออกจากบ้านเลย (เพราะร้อนด้วย) ดังนั้นวันๆคือตื่นมาทำงาน กินข้าว ทำงาน แล้วออกไปซื้อกับข้าวซุปเปอร์ กลับมากินข้าวแล้วดูหนังเล่นเกม วนไป
– งานมีแต่สิ่งพิมพ์ หนังสือ ซีดี แผ่นเสียง เลยต้องใช้pantone นี่เลยอยากย้ายไปทำออนไลน์แล้วไม่เปลืองดี
– พอออกมาแล้วเลยไม่มีแพนโทนให้ใช้ ปกตินี่มีให้ฉีกแบบบุฟเฟ่เลย ไปหาข้อมูลก็ไม่ค่อยจะมีคนเขียนไว้ สุดท้ายด้วยความเกรงใจลูกค้า ต้องมาจิ้มสีกันผ่านเฟซบุคทุกงานก็ยังไงอยู่เลยซื้อๆไปเฮอะ แบบฉีกไม่ได้ หมื่นหกพันเยน เป็นของปี2016อัพเดทล่าสุด ก็หวังว่าจะได้ใช้นานๆ ถึงแม้มันจะเขียนว่าจงเปลี่ยนทุก 12-18เดือน
-ในหนึ่งชุดมีสองอันเคลือบกับไม่เคลือบ coated, uncoated ปกติก็ใช้แค่นี้ เหรอวะ ตอนอยู่ grvใช้ของdic color มี8-9เล่ม สีฝรั่งเศส สีจีน ก็ทำใจไป คงค่อยๆซื้อเพิ่มไป
– จริงๆมันมีสีเมทัลลิคกับพวกสีพิเศษนีออนอีกเล่ม ดูก่อนว่ายังไง ก็อยากมีใช้เหมือนกัน เหมือนราคาที่อเมซอนที่นี่จะถูกสุด

เดี๋ยวนี้เขาให้ถ่ายรูปได้ปกติแล้วก็เก็บไว้ซะหน่อย ร้อนโครตๆ ตอนนี้คืออาทิตย์นึงออกนอกบ้านหนึ่งวัน ที่เหลือนั่งร้อนอยู่ที่บ้าน


วันนี้ได้ไปดูงานนี้ จัดที่tower shibuya
โชคดีมี live drawing จาก kim jung gi

บ้าไปแล้ว 


แปะก่อนสองรูปก่อนหลัง เดี๋ยวว่างๆ มาเก็บ

รู้สึกจะเป็นวันแรกๆที่whitney museum เปิดใหม่หลังจากย้ายมาอยู่แถวhigh line
เราก็มาเช็คดูงานว่าเก็บงานเรียบร้อยมั้ย นัดน้องแหวนรุ่นน้องที่ทามะมาเจอกัน ไฮโซ เดี๋ยวเจอกันนิวยอร์คนะอะไรงี้ แต่เอาจริงๆที่เริ่มคิดว่ามาเที่ยวดีมั้ยก็เพราะได้คุยกับน้องแหวนนี่ล่ะ ตั้งแก๊งไปเที่ยวกัน สรุปเจอกันวันเดียว เขาก็มาของเขาเจอเพื่อนอะไรไป เราก็แยกย้ายเดินหาไรกินถูกๆ พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว

มาดูตอนนี้ก็รู้สึกว่าถ่ายรูปมาแค่นี้เองเรอะ ตึกRenzo Pianoเชียวนะ
คือมีความรู้สึกว่า เอาน่าเดี๋ยวก็มาอีกตลอดเวลา ทั้งที่มันไม่ได้มาง่ายอย่างนั้นหรอกมึง

งานidentityดีไซน์โดย experimental jetset ง่ายแต่ดี เก่งโครต

IMG_3981.jpgIMG_3986.jpgIMG_3992.jpgIMG_4037.jpgIMG_4039.jpgIMG_4012.jpgIMG_4027.jpgIMG_4004.jpg

ตกเย็นแวะไปวิวนิวยอร์คคลาสสิคของวู้ดดี้อัลเลน เป็นซอยเงียบๆ แถมดันเป็นวันทิ้งขยะพอดีละมั้ง
สะพานนี้อ่านมาว่าตอนถ่ายไฟดวงนึงตรงสะพานดับ ลุงก็เเบบเซ็งมากจะไม่ให้ฉาย ยอมกำกับฟรีก็ได้ สุดท้ายสตูดิโอก็คงไม่ยอม (ก็แน่ล่ะ!)

File_000.jpg
936full-manhattan-poster.jpg

เฮ้อ จบทริปซะที ผ่านไปนานแล้วมาเขียนนี่ไม่เวิร์คจริงๆด้วย แต่ว่าทำให้ได้กลับมาดูรูปอีกก็ดีเหมือนกัน
อยากไปอีกเลย

ตอนเช้าเข้าเมืองไปground zero 911 ผ่านแถวwallstreetก่อน นักท่องเที่ยวจีนเยอะมาก
โดยเฉพาะตรงรูปปั้นวัวCharging Bull ยูนบอกว่าถ้าลูบไข่วัวแล้วจะโชคดีอะไรอย่างนั้น เข้าทางอาม่าเลย
มากันมืดฟ้ามัวดินยังกะ occupy wall street นี่เป็น occupy ไข่วัว

IMG_3857.jpgIMG_3867.jpg

แล้วอยู่หน้าNY film school เด็กมันคงถ่ายไปทำหนังฮาๆได้ทุกวัน
ตอนที่ไปมันก็ยังเปิดไม่หมด สถานีก็ยังไม่เปิด

IMG_3871.jpgIMG_3880.jpg

IMG_3872.jpgIMG_3878.jpg
ได้เห็นการจัดการspaceเพื่อไว้อาลัยก็เหวอๆเลยเหมือนกัน
ไม่ได้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ กลัวหงอย เลยออกไปเดินดูตึกลุงgehryที่8 Spruce Street
ก็คอนโดธรรมดา แค่ไม่รู้สร้างได้ไง

IMG_3887.jpg

เจออีกตึกประหลาดก็เป็นของ The Cooper Union

IMG_3891.jpg

ช่วงก่อนไปไม่กี่เดือน East Villageมีข่าวแก๊สระเบิดคนตายไปสอง ไม่คิดว่าจะได้เดินผ่าน
ตอนที่ไปก็มีลุงไปวางดอกไม้แล้วร้องไห้ ก็มีคนไม่รู้จักเข้าไปปลอบชวนคุย
รู้สึกเศร้าไปด้วยแต่ก็เป็นเมืองนิวยอร์คดีจัง

IMG_3899.jpgIMG_3897.jpg

มาที่ร้านหนังสือในตำนาน strand bookstore
ที่นี่คงเป็นที่ๆดีที่สุดในนิวยอร์ค  มีทั้งใหม่เก่าวินเทจ signed copyก็เพียบ
เป็นที่เดียวละมั้งที่ปกเดียวมีหลายราคา ต้องคุ้ยดีๆเห็นชั้นล่างราคานึง ขึ้นไปอ้าวมีมือสองลด
บรรยากาศก็ดี เขาไม่ได้มาคุยอะไรกับเราแต่มีป้ายแนะนำกวนๆอ่านเพลินเต็มไปหมด
สมเป็นร้านที่อยู่คู่นิวยอร์คมานาน สุดท้ายก็ได้มาซะที

IMG_3930.jpgIMG_3925.jpg

IMG_3927.jpg

IMG_3920.jpg
ติดกันมีร้านcomicดังเหมือนกัน ชื่อ FORBIDDEN PLANET
เมนสตรีมมาเวลดีซีมากแต่ก็สนุกดี โอตากุเพียบ

IMG_3921.jpg

จนหมดวันได้ไปกินร้านอาหารอิตาลี เข้าไปเพราะมีรูปดารา ออกมาเดินก็เห็นทุกร้านแถวนั้นก็ใช้มุขนี้หมดเลย ย่านเชือดนี่เอง แต่ก็อร่อยดีนะ เอาน่ะ ลิฟไทเลอร์ก็มากินละกัน

IMG_3952.jpg

วันนี้ก็แค่นี้ ที่ได้กินอีกคือไอติม BIG GAY เอาจริงๆที่นี่ไม่เจอไอติมอร่อยเทพ
รู้สึกว่าแค่แคลอรี่มันเยอะแหงๆ

IMG_3909.jpg

กับร้านBBQ mighty quinn’s อันนี้เด็ด กินซ้ำ ไอ้ซี่โครงใดๆที่โตเกียวนี่แพง เลยไม่ค่อยได้กิน

IMG_3901.jpg

IMG_3902.jpg

วันนี้รู้จักคำใหม่ EPHEMERA เอเฟเมร่า
แปลว่า things that exist or are used or enjoyed for only a short time
คล้ายๆจะเอาไปอธิบายไอ้กระดาษflyerทั้งหลายที่เก็บไว้ว่าจะแสดงเป็นนิทรรศการขยะเผาได้อยู่เลย
 
เจอเพราะวันนี้ไปซื้อหมูที่ซุปเปอร์แล้วแวะร้านหนังสือเก่าแถวบ้านไม่รู้ไปอัพเกรดตอนไหน
หนังสือเจ๋งๆเพิ่มขึ้นมาเพียบ มีการจัดโซนอย่างดี แมกกาซีนมาถ่ายสวยๆได้เลย
เห็นเล่มนี้อยู่เก่าๆเยินๆหกพันเยน ไม่รู้จะได้ซื้อมั้ย จนอยู่ แต่สวยมากพิมพ์ตั้งแต่ปี60
คุณ john lewis นี่เป็นนักออกแบบหลากหลายสาขาและเป็นนักเก็บตัวยง
คงคล้ายๆคุณเอนก นาวิกมูลบ้านเรา

lewis_printed_ephemera_hc_00.jpg

พูดถึงความจนก็เพราะว่าไปเที่ยวกลับมาเจอค่ารถไฟค่าหนังสือในบัตรเครดิตเข้าไป ไม่กล้าทำไรเลย
พรุ่งนี้ไปทำเรื่องรับเงินประกันคนว่างงาน ได้ตังเยอะอยู่เลยยอมเสียเวลาไป
แต่กว่าจะได้ตังก็อีกสามเดือน คนจนนี่มันจนจริงๆ

มายังไง 55
คือต่อจากday5นี่เลยละกันไหนๆก็เขียนมาแล้ว
วันนี้แพลนคือเดินวนเวียนในบรูคลิน
เริ่มไปกินปูที่ร้านดัง http://www.brooklyncrab.com/
คือไม่รู้ว่าโดนเชือดหรือเปล่า ประหนึ่งผัดไทยประตูผี แต่กินรอบแรกก็ลองร้านแมสๆดูก่อน
โดนไปคนละ50usได้ ก็อร่อยดี แพงสุดในทริปละมั้ง
จงกินเซตปูonly หอยอะไรอย่าสน

IMG_3749 (1).jpgIMG_3754 (1).jpg

เดินตัดprospect parkไปbrooklyn museum
ช่วงนี้ซากุระบานพอดี ก็เหมือนที่ญี่ปุ่นเลย เพิ่งรู้นี่แหละว่ามี
สวนที่นี่มีคนทำกิจกรรมประหลาดๆเยอะ ดูเพลิน

IMG_3777.jpg
IMG_3782.jpg

มาถึงที่แล้วแต่ไม่ได้ดูงาน จำไม่ได้ว่าทำไม ไม่งกก็อาจจะเพราะเบื่อแล้ว
วนๆดูมีงานbasquiatอยู่ ซึ่งที่นี่ก็มีงานเขาเยอะอยู่แล้วเลยคิดว่าเก็บไว้ดูรอบหน้าละกัน
ถ้ายังไม่ตายเดี๋ยวมาใหม่

เดินมาจนถึง dumbo
ย่านที่เห็นสะพานแมนฮัตตันชัดๆ มุมบังคับในนิวยอร์ค ทุกโฆษณาก็จะต้องมาถ่ายซอยนี้

IMG_3838.jpg

แถวนี้มีร้านหนังสือดีเยอะเหมือนกัน ที่จำได้ก็powerhouseที่เป็นสำนักพิมพ์ด้วย เลยมีหนังสือที่ไม่เหมือนร้านอื่น
IMG_3850.jpg

ที่ชอบมากอีกอย่างของแถวนี้คือมื้อเย็นที่dumbo kitchen เหมือนfastfoodแต่ก็ไม่ใช่restaurantก็ไม่เชิง
ระบบคือเราเดินไปเลือกไก่ปลาหมูแล้วก็บอกเขาว่าจะเอาไปcookทำอะไรได้ วัตถุดิบมันก็จะไม่เหมือนกัน
นี่พิมพ์มาแล้วก็เหมือนในโออิชิเลยนี่หว่า เออ แต่สนุกๆ ไม่แพง อยากไปกินอีก

อันนี้ก็งานที่ทำจนอาทิตย์สุดท้าย พอมีงานจริงแล้วลืมไป โธ่
ขโมยรูปจากอิเซตันเอาแล้วกัน

เป็นโปรเจคทำร้านสินค้าของอิเซตันชินจูกุ
ทำกับdragonballและdr.slump
ตอนแรกกะว่าได้ทำจากมังกะเลยเพราะว่าลายเส้นสวย แต่ก็เพิ่งรู้ว่ามันต้องแยกออกไป
เลยต้องใช้ลายเส้นของอนิเม ซึ่งมันก็มีหลายยุค ถ้าจะให้เขาวาดอะไรเพิ่มมันก็เป็นของยุคใหม่อะไรแบบนี้
แต่ว่านั่นแหละก็เป็นงานสนุกที่ได้ทำ มีแมนนวลของตำแหน่งดาวในดรากอนบอลให้ดูด้วย
ต้องทำของต่างๆ ตะกี๊ที่ออฟฟิศก็บอกว่าเดี๋ยวส่งมาให้ อยากได้จาน(อันนี้ไม่รู้ใครทำ)

DBDA1020170503.JPGDBDA14020170503.JPG

2017.05.03-2.JPG
คนพากย์ก็มางานเปิด

อันนี้ก็ทำ colaboกับสมุดsketchแบบคลาสสิคของญี่ปุ่น กฎเยอะกว่าดรากอนบอลอีก

DBDA5020170503.JPG
DBDA6020170503.JPG

มีอาหารด้วย ข้าวหน้าเนื้อเจ็ดดาว ซอสเจ็ดรส เอาเข้าไป
DBDA11020170503.JPG

หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 301,404 hits