You are currently browsing the monthly archive for เมษายน 2009.

ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เป็นความซวยที่ฝนตกตอนไปเที่ยว
วันนั้นเริ่มจากศาลาทองKinkaku-ji

k16

เริ่มสังเกตได้ว่า ตลอดทั้งเมืองเกียวโต จะมีลุงๆ พานักเรียนสาวกันมาเป็นกลุ่มๆ น่าอิจฉาและน่าสงสัยมาก แต่ปรากฏว่าเดินๆไปก็มีอีกเรื่อยๆ ลุงๆเหล่านี้คือคนขับเเท๊กซี่ที่พากินพาเที่ยวในเมืองเกียวโตนั่นเอง ไม่ใช่แค่เข้าวัด เห็นพาไปกินอาหารในคาเฟ่ กับร้านขนมก็เยอะ เราก็ไม่รู้ว่า เด็กมันมาหาลุงเองหรือว่าทางโรงเรียนเขาจัดให้ แต่ว่าก็เป็นวิธีที่ดี พวกเด็กๆก็มีคนคอยพาไปหาที่กินที่เที่ยว แนะนำประวัติศาสตร์ คอยถ่ายรูปให้ ลุงก็ได้ลูกค้าเอ๊าะๆ (จริงๆก็มีทั้งชายหญิงแหละ)

ได้กินชาเขียวเชือดกระเหรี่ยงไปหนึ่งจอก แถมขนมปิดทองคำเปลวหนึ่งชิ้น
ฝนก็เริ่มตั้งเค้า บรรยากาศเย็นๆดี แต่หลังจากนั้นก็เป็นความเซ็งเพราะฝนตกตลอดเวลา ร่มก็ไม่มี

k17
k18

จากวัดทอง เดินตากฝนจนพีค เจอคาเฟ่แมวภูเขา yamaneko cafe ซ่อนอยู่ตรงทางเดินเข้าRyōan-ji เลยพักกินข้าวซะเลย สั่งคาราอาเกะราดซอสเผ็ดๆ อร่อยอีกแล้ว

k19

เข้าไปเจอกับมาสเตอร์พีซแห่งสวนหินเซ็น ฝนที่ตกทำให้เคลิ้มๆจะหลับมากกว่าซึ้ง
อย่างที่บอกได้แต่แสร้งทำเป็นว่าเข้าใจซะมากกว่า
ก็ไปนั่งนับหินได้ซักพัก ข้างๆจะมีน้องเด็กมอต้นมาคอยคุยกับฝรั่งที่มาเที่ยว คงเป็นการบ้านวิชาภาษาอังกฤษ จงสัมภาษณ์ฝรั่งในวัดมาสามคน น่ารักดี
ที่ชอบพอๆกันคือมอสรอบๆวัด เขียวเย็นสบาย ฝนตกด้วยยิ่งเย็นตา
อาจจะน่าดูพอๆกับสวนหินด้านใน

k20

จากสวนหินก็ไปต่อกันที่Arashiyama สภาพภูมิประเทศเอื้อต่อการท่องเที่ยวมาก
เป็นภูเขาเตี้ยๆอยู่ติดแม่น้ำ บนภูเขามีทั้งสวนลิงและป่าไผ่ แต่ฝนตกหนักจนทำอะไรไม่ได้มากกว่าตระเวณกินๆๆร้านแถวๆนั้น แถวนี้ร้านเต้าหู้ชื่อดังมากมาย
แต่มันขายเป็นเซตซะส่วนใหญ่ เลยไปได้ร้านลุงขายแยกมาถ้วยนึงสามร้อยเยน
เต้าหู้ร้อนๆราดซอสโรยหอมซอย ซิมเปิ้ลสุดๆ แถมอร่อยด้วย สบายท้องสบายกระเป๋า

k21
k22

สุดท้ายก็เข้าเมืองเดินจนหมดแรง มื้อสุดท้ายของวันนี้จึงตกลงใจไปกินเนื้อย่างกัน ไม่มีรูปเพราะภาพโหดจนลงไม่ได้

startจากจุดสุดฮิต kiyomizu
มาคราวก่อนปีนขึ้นไปแล้วก็หักเลี้ยวกลับไปเฉยๆ
เพราะว่าอากาศร้อนจนไม่สนใจศิลปะวัฒนธรรมใดๆ
มารอบนี้โชคดีอากาศดีเลยได้เดินเข้าไปดูหน่อย
ที่เด็ดคือขนมชิมฟรีตลอดเส้นทาง ก็แนะนำว่ากินเล่นไปทุกร้าน แล้วค่อยกลับไปซื้อแถวสถานีได้ไม่ต้องแบก มันก็เหมือนๆกันแหละ

อันนี้แปลกดี ขวดpetรูปน้ำเต้า

k09

หลังจากวัดก็เข้าวิหารร้านหนังสือซะที ร้านนี้ชื่อ keibunsha ร้านในฝัน
มีทุกอย่างที่เราชอบ ทั้งหนังสือเก่าใหม่ ส่วนนิทรรศการศิลปะ
เครื่องเขียนเครื่องประดับ เสื้อผ้า ถ้วยชาม ไปจนถึงกาแฟสูตรของทางร้านเอง
ใครมีร้านหนังสือสมควรมาดูงานอย่างยิ่ง ไม่รู้เขาเอาทั้งหมดมารวมกันไว้ในที่เดียวกันได้ยังไง
ขึ้นเป็นร้านอันดับหนึ่งในดวงใจ เสียดายโตเกียวไม่มีที่แบบนี้

k10
k11

ใกล้ๆมีคาเฟ่zenzo ร้านเล็กจิ๋ว แต่ทำกับข้าวอร่อยเด็ด
เมนูวันนี้คือปลา และไก่ กับมิโสะชีสย่าง

k12

เข้าเมืองมาแถวกิอง เดินเล่นเลียบแม่น้ำคาโมะ
มีโฮมเลสอยู่ใต้สะพานเป็นระยะๆ นึกถึงอิโต้คุงและเพื่อนๆ

k13

ข้างแม่น้ำใหญ่จะมีแม่น้ำเล็กๆอีกสาย สะอาดและบรรยากาศดีกว่าด้านนอกอีก
ร้านค้าแถวๆนี้ก็ได้อานิสงส์กันไป ชอบย่านนี้ที่สุดในเกียวโต

k14

จบวันที่สองด้วยของดีแห่งเมืองเกียวโต katsukura ร้านนี้ highly recommended ถ้าไม่ได้กินถือว่ามาไม่ถึงจริงๆ เป็นทงคัทสึที่อร่อยที่สุดในชีวิต
(ในโตเกียวมีสาขาที่รปปงงิฮิลส์ด้วย)

k15

กินเสร็จแล้วรู้สึกว่าอย่างนี้มันต้องถอน 🙂

เกียวโตคือเชียงใหม่เราดีๆนี่เอง ถนนหนทาง ของกิน ราคา ร้านรวง
อัตราส่วนนักท่องเที่ยวกับคนท้องถิ่นเป็นครึ่งต่อครึ่ง เห็นชัดตอนรถเมล์จอดตามป้ายที่เที่ยวฮิตๆ พอนักท่องเที่ยวลงไปหมดก็จะเหลือแต่ป้าลุงแก่ๆ
ถ้าเป็นเราคงจะรำคาญพวกฝรั่งนี่อย่างหนัก แต่เห็นเขาก็เฟรนลี่กันดี

เทียบกับความ “มีแม่งทุกอย่าง” ของโตเกียวแล้ว พูดแนวเซนหยาบๆก็คือที่เกียวโต “ไม่มีอะไรเลย” แต่ก็ถือว่าเป็นเมืองที่ใช้ชีวิตที่ดีได้ง่ายๆ น่าจะไปแก่ตายได้อีกเมืองนึง

การเดินเที่ยวจะว่าง่ายก็ง่าย เพราะถนนหนทางมันไม่ได้มีอะไรเยอะแยะซับซ้อน
แต่ว่าแต่ละจุดมันจะห่างๆกัน ไปอยู่นานๆน่าจะเก็บพวกคาเฟ่ร้านขนมได้มากกว่านี้ ชอบที่ร้านมันจะไม่เน้นโครงสร้างภายนอก แต่จะเป็นการแต่งให้กลมกลืนไปกับตึกเก่าๆ เดินหลงๆเก็บรายละเอียดจะสนุกกว่าการตั้งใจไปดูมหาสถาปัตยกรรมแบบในโตเกียว

รูปทั้งหมดถ่ายด้วย ricoh gx200 ชอบจริงๆ ดีที่ซื้อก่อนไป

_

paulsmith เกียวโต สาขานี้ร้านงามมากๆทั้งข้างนอกข้างใน

k02

ร้านของgroovisions เจอโดยบังเอิญ หลังจากสาขาที่nakameguroเจ๊งไป
ลืมไปแล้วด้วยว่ามีสาขาที่นี่ เลยสอยโปสเตอร์มาเซตนึงเป็นที่ระลึก

k03

หน้าปากซอย จะรู้ไหมครับนี่ ต้องตักบาตรร่วมกันมาถึงจะหาเจอ

k04

เริ่มเปิดด้วยไอติมน้ำเต้าหู้และโดนัทจากเต้าหู้ อืม ปาท่องโก๋น่ะแหละ
ตอนกลับเมืองไทยเห็นแว๊บๆที่อิเซตัน อร่อยได้เท่าที่นี่จะดีใจมาก

k06

มื้อแรกด้วยราเมงหน้าตลาด ยูนทำเป็นเปรี้ยวสั่งแบบ”เผ็ดที่สุดในญี่ปุ่น”
ซึ่งควรจะเขียนว่าเผ็ดที่สุดในโลกมากกว่า มื้อนี้พลาด กินแทบไม่ได้
เป็นการทักทายว่า อย่่ามาดูถูกเกียวโตนะเฟ้ย

k07

หน้ามันดุมาก ถ้ามีรูปให้ดูก็คงไม่สั่งหรอก

k05

เลยออกมาล้างปากด้วยหอยเผาจากฮอกไกโดที่บาร์ยืนกินแถวนั้น
อร่อยที่สุดตั้งแต่กินสัตว์ประเภทนี้มา เจ๋งจนไม่คิดว่าจะมาในราคาตัวละร้อยเยน

เท่านี้ก่อนล่ะ ต่อไปจะพาไปทัวร์วัดตามประสาคนใจหยาบ

k08

โดดเรียนไปเที่ยวโลด
ได้ไปเมืองอื่นกับเค้าซะที

คลิปนี้ในyoutube เขาบอกว่า If you don´t cry watching this, you are dead inside. กันเลยทีเดียว (จริงๆอยากร้องไห้กับปัจจุบันของลุงโบวี่มากกว่า)
แต่นั่นแหละ ก็ยังเจ๋งมากๆอยู่ดี ฟังเเล้วก็นึกถึงสภาพประเทศไทยตอนนี้
เอาเป็นว่าสวัสดีปีใหม่ไทย

Somethin’ filled up
my heart with nothin’,
someone told me not to cry.

But now that I’m older,
my heart’s colder,
and I can see that it’s a lie.

Children wake up,
hold your mistake up,
before they turn the summer into dust.

If the children don’t grow up,
our bodies get bigger but our hearts get torn up.
We’re just a million little god’s causin rain storms turnin’ every good thing to rust.

I guess we’ll just have to adjust.

With my lighnin’ bolts a glowin’
I can see where I am goin’ to be
when the reaper he reaches and touches my hand.

With my lighnin’ bolts a glowin’
I can see where I am goin’
With my lighnin’ bolts a glowin’
I can see where I am go-goin’

You better look out below!

ได้กลับมาฟังเพลงนี้อีกรอบจากตัวอย่างหนังเรื่อง Where the Wild Things Are
ของ Spike Jonze
เลือกเพลงได้เก่งมากๆจนต้องกลับมาหาเพลงวงนี้ฟังอีกครั้ง
ไอ้ตัวๆในเรื่องนี้มันดูหงอยๆน่าสงสารจัง อยากดู

กองทัพนิทรรศการและกิจกรรมต่อเนื่องไปตลอดสามสี่เดือนข้างหน้า
แถมอยู่ในระดับพลาดไม่ได้ซักอันด้วย ค่าเข้าตกงานละพันเยนก็จนกันไป
แปะกันลืม ใครมีโอกาสก็ขอเชิญ

1238506725image_web

Ryoji Ikeda
+/- [the infinite between 0 and 1]
Museum of Contemporary Art Tokyo (MOT)
April 2 (Thu) – June 21, 2009(Sun)

books_blair_sept_06

The Colors of Mary Blair
Museum of
Contemporary Art Tokyo (MOT)
Jul. 18 ( Sat) - Oct. 4 (Sun)

06

tetsuka ozamu
2009年4月18日(土)~6月21日(日)
The Edo-Tokyo Museum

tok1

“Story of …” – Memories of Cartier creations
Saturday, March 28 – Sunday, May 31, 2009
tokyo national museum

main
GRAPHIC TRIAL 2009
Apr. 24, 2009 (Fri) – Jul. 26, 2009 (Sun)
Printing Museum, Tokyo

takeo paper show ปีนี้กลายเป็นtalkซะงั้น
http://www.takeopapershow.com/index2.html
2009年4月17日(金)、18日(土)

มีอีก

090407-kda
20 Klein Dytham Architecture Exhibition
2009.04.08 – 2009.06.06
gallery ma

tkimg49d600e38528c

THE KALEIDOSCOPIC EYE: THYSSEN-BORNEMISZA ART CONTEMPORARY COLLECTION
4 April – 5 July, 2009
Mori Art Museum

จริงๆก็เล็งมานาน ยึกๆยักๆ ตังไม่มี
สุดท้ายเจออาจารย์เอารุ่นชุดแต่งมาอวดเข้าไป
เนื่องจากเวลากลับงวดเข้ามาทุกทีี เดี๋ยวซื้อเอาตอนก่อนกลับแล้วจะไปถ่ายอะไรได้
ปีสุดท้ายนี้เราจะใช้ ricoh gx200 บันทึกภาพ

tamabi

จริงๆที่ความละเอียดต่ำๆหน้าจอคอมมันก็เหมือนๆตัวเดิมล่ะนะ
แต่พอเทียบแบบขยายแล้วเนี่ย เจ๋งจริง ไม่หงุดหงิดtexture

มีอะไรพูดถึงมากมายตั้งแต่กลับเมืองไทยมา แต่ช่วงนี้ขี้เกียจอัพ
ขออภัย แบบว่า เออ ขี้เกียจจริงๆอะ ขนาดเปิดโปรแกรมทำงานยังไม่อยากเปิดเลย
วันๆเอาแต่ดูหนัง ถ่ายรูป อ่านหนังสือที่ขนมาจากไทย
คิดว่าพอเริ่มเรียน ก็จะสลัดขนออกลุยงานต่อได้ซะที แล้วเจอกัน

ข่าวฝากครับ น่าสนุกดี ใครมีเวลาขอเรียนเชิญ

เนื่องด้วยทาง Practical Studio กำลังดำเนินการโครงการเกี่ยวกับกลุ่มนักออกแบบกราฟิกไทยภายใต้ชื่อโครงการว่า “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย (I am a Thai Graphic Designer)” โดยจะนำเสนอออกมารูปแบบวารสาร RawMat (ด้วยความร่วมมือของ บริษัท แอนทาลิส (ประเทศไทย) และพยายามผลักดันไปสู่รูปแบบนิทรรศการในพื้นที่สาธารณะ (สยาม ดิสคัพเวอรี่ และ สยาม เซ็นเตอร์) รวมไปถึงการขยายไปสู่รูปแบบอื่นๆ ตามโอกาสอำนวย

แนวคิดและการเข้าร่วมโครงการ :
เป็นโครงการที่นำเสนอตัวตนและการมีอยู่ของนักออกแบบกราฟิกไทย และสื่อสารออกไปว่าวิชาชีพนี้มีสังคมที่แข็งแรง และพร้อมที่จะเปล่งเสียงออกมาให้สังคมรวมได้รับรู้ถึงความพร้อมของเครือข่ายนักออกแบบกราฟิกด้วยกันเอง ที่จะนำไปสู่การรวมตัวเพื่อเป็นกำลังสำคัญหนึ่งของสังคมต่อไป

รูปแบบการเข้าร่วมโครงการ :
โครงการ “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย (I am a Thai Graphic Designer)”
เป็นโครงการที่ต้องการรวบรวมภาพถ่ายนักออกแบบกราฟิกไทยทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและทำงานหรือศึกษาต่ออยู่ที่ต่างประเทศให้มากที่สุด
โดยภาพถ่ายเหล่านั้นจะเป็นภาพถ่ายของนักออกแบบแต่ละคนที่ถือแผ่นกระดาษ A3 ที่มีผลงานออกแบบตัวอักษรคำว่า “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย”หรือ “I am a Thai Graphic Designer” โดยรูปแบบของผลงานนั้นขึ้นอยู่กับความคิดของนักออกแบบเจ้าของงาน

โดยมีข้อกำหนดการส่งภาพถ่ายเข้าร่วมดังต่อไปนี้ :
1. ขอให้ส่งภาพถ่ายเป็นไฟล์ JPEG ขนาด A4 (21 ซม. x 29.7 ซม.) ความละเอียด 300 dpi
2. ภาพที่ส่งมาต้องเห็นผลงานบนกระดาษที่ถือชัดเจนและเป็นแนวนอนเท่านั้น
3. ผู้ส่งผลงานจะต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบถ้วน
ชื่อ-นามสกุล (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) / ที่อยู่ที่ติดต่อสะดวก / ชื่อบริษัทหรือองค์กร / ตำแหน่ง / เบอร์โทรศัพท์ / มือถือ / อีเมล์ / เว็บไซต์ (ถ้ามี) / เว็บบล็อก (ถ้ามี)
4. นักศึกษาออกแบบสามารถส่งผลงานเข้าร่วมได้ แต่ขอให้ระบุข้อมูลสถานศึกษาและชั้นปีด้วย
5. ผลงานทุกชิ้นถือเป็นลิขสิทธิ์ของนักออกแบบเจ้าของผลงาน ทางผู้จัดโครงการจะใช้ในการเผยแพร่ผ่านสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์และการจัดนิทรรศการเท่านั้น การส่งผลงานถือว่าเจ้าของผลงานให้ความยินยอมในการเผยแพร่ผลงานนั้น
6. ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

***ส่งผลงานทางอีเมล์มาที่ practicalstudio@gmail.com เท่านั้น
จากนั้นจะได้รับแบบฟอร์มตอบรับกลับเพื่อยืนยันการรับผลงานของท่าน

กำหนดการส่งผลงาน :
รอบแรก (สำหรับตีพิมพ์ในวารสาร RAWMAT รวบรวมลงเว็บไซต์ http://www.iamathaigraphicdesigner.com) : ส่งภายในวันที่ 30 เมษายน 2552

รอบสอง (สำหรับจัดแสดงนิทรรศการ(ถ้ามีผลงานมากพอ) : ส่งภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2552

รอบสาม (ถ้ามีจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง)

ติดต่อสอบถามได้ที่ Practical Studio
โทร 02 9382300-4 ต่อ 1003
โทรสาร 02 9389522
อีเมล์ practicalstudio@gmail.com

www.iamathaigraphicdesigner.com

พี่สยามสุดยอด ฮ่าฮ่า

กลับจากกลับบ้านครั้งล่าสุดเเล้ว รอบนี้ไปอยู่นานกว่าสามอาทิตย์
สุดท้ายก็ยังไม่ได้กินอะไรที่อยากทั้งหมดอยู่ดี
แต่ทำตามที่ตั้งใจไว้ได้คืองดอาหารญี่ปุ่นตลอดการอยู่กรุงเทพและลิ้มรสโพงยางคำ

พรุ่งนี้ก็จะเริ่มวันแรกของการพำนักที่นี่เป็นปีที่สี่
ปีนี้ตั้งใจจะออกนอกโตเกียวบ้าง
เพราะเป็นปีสุดท้ายแล้วที่จะอยู่ญี่ปุ่น(ตามแผนคร่าวๆ)

ไม่ได้เล่นเนตซะสามอาทิตย์สะใจจริง
เข้ามาก็เจอปกซีดีสุดยอดแห่งปีจากอาจารย์ farrow และ pet shop boys เจ้าเก่า จากชื่ออัลบั้ม yes

F860 Yes Final Covers

ไร้เทียมทานจริงๆ

หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 300,266 hits