You are currently browsing the monthly archive for สิงหาคม 2012.

null

ไปดูคอนเสิร์ตมาเมื่อวาน วันนี้ได้หยุด เลยไปเดินเล่นที่อากิฮาบาระต่อ กลับมาดูถ่ายทอดสดงานคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่บ้าน

00240819-212213.jpg

เมื่อประมาณ2เดือนก่อนตอนเช้าที่สถานีตอนไปทำงานได้เจอโฆษณาว่าจะมีคอนเสิร์ตออเคสตร้าเล่นเพลงของstarwars เมื่อลองsearchดูก็เจอคลิปนี้

โอเค จองทันที แพง แต่เอาวะ อดข้าวเอา
เอาที่นั่งที่ดีสุดไปเลยละกัน จองแบบก่อนจำหน่ายจริงด้วยเสียค่าจองเพิ่มอีก300เยน

และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันแม่พอดี
ไปถึงก็เห็นเวเดอร์และเหล่าStormtroopersเดินไปมาเต็มไปหมด
นอกจากจะมีแบบofficialที่จัดไว้ให้ถ่ายรูป ก็มีแก๊งจากทางบ้านมาด้วยมากมาย จัดเต็มแม้หุ่นไม่ให้
ในล๊อบบี้มีเสียงเลเซอร์ยานบินตลอดเวลา บางคนก็เอาดาบเลเซอร์มา ถือกันว่อนงาน




มีป้ายแปะไว้เลย ปกติมันจะเขียนว่าห้ามใช้มือถือห้ามถ่ายรูป งานนี้ห้ามใช้ light saber ระหว่างการแสดงค่ะ 555

ตอนนั่งรอก็มีเสียงยานบินไปมา เสียงวูกี้ เสียงเลเซอร์เบาๆ บิวต์ไปเรื่อยๆ เป็นระยะ
เเล้วก็ได้เวลา นักดนตรีมานั่งกันครบแล้ว เป็นวงTokyo Philharmonic Orchestra
แล้วไฟก็ค่อยๆมืด เสียงเอฟเฟคต์เริ่มดังถึ่ขึ้นกลายเป็นเสียงเอฟเฟคต์ยานบินไปมาเลเซอร์ยิงระเบิดทั่วฮอลล์ แล้ว Mark Watters คอนดักเตอร์ก็ออกมา ยืนตรงกลางพร้อมเพลงเอฟเฟคต์ของTHX ต่อด้วยธีมของ20th century fox

ตอนนี้คนดูคลั่งแล้ว จริงๆคลั่งกันตั้งแต่มันปิดไฟแล้วล่ะ แต่พอตัวหนังสือขึ้นว่า a long time ago in a galaxy far far away… นี่ทุกอย่างพีคไปหมดแล้ว พีคจนคำว่า starwars สีเหลืองที่ตามมายังรู้สึกว่ามันสุดไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

เพลงแรกประมาณนี้เลย ทุกอย่างเพอร์เฟคต์มาก ฟินน้ำตาไหล
ฟังมาตั้งแต่เด็ก มาวันนี้ได้มาฟังสดๆ ทุกรายละเอียด ขนาดอ่านเจอว่ามีคนบอกว่าข้อเสียของคอนเสิร์ตนี้คือมัน it was so perfectly close to what you hear in the films หรืออย่างที่มีวงประสานเสียงช่วงDuel of the Fates เราก็แทบไม่รู้สึกว่าไอ้ที่ร้องอยู่นี่ก็หัวดำคนญี่ปุ่นทั้งนั้น สมแล้ว

พอจบเพลงแรก ก็มีพระเอกของงานมาอีกคน Anthony Daniels นั่นเอง
ถูกแนะนำตัวอย่างเท่ว่าเป็น soul ของ C-3PO ลุงแกมาสวัสดีคมบังวะชาวญี่ปุ่นแล้วก็เริ่มทำการเล่าตำนานอวกาศนี้ สลับกับการแสดงไปเรื่อยๆ ถ้าหลับตานี่ก็คือ C-3PO มาคุยให้ฟังเลยทีเดียว (แน่ล่ะ) แล้วยังมีมุขตลอดเวลา อย่างตอนพูดถึงเพลง droids ก็ทำท่าภูมิใจพูดถึงคุณสมบัติหุ่นซะยืดยาวจนคอนดักเตอร์หันมาค้อน บางตอนที่พูดถึงตอนที่เป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ก็ทำท่าเดินเป็นหุ่นซะคนกรี๊ด แถมด้านในสูทยังเป็นเสื้อกั๊กสีทองซะอีก ขโมยซีนได้ตลอด

เล่นไปจนถึงThe Imperial March ก็เบรคครึ่ง

พอครึ่งหลังเริ่มใช้เลเซอร์แล้ว ยิงปาดคนดูไปมา แต่ที่เจ๋งคือช่วงที่พูดถึง cantina
ก็กลายมาเป็นกลองชุดเล่นกันสนุกมาก

มาถึงเพลงสุดท้าย End Credits บนจอก็เป็นภาพของ John Williams ตั้งแต่สมัยทำ new hope
สลับกับใบปิดไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 1979 จนจบภาพสุดท้ายคือตอนที่ทำงานกันอยู่กับลูคัส น้ำตาไหลอีกรอบ ตอนนี้เห็นว่าเป็นปีครบรอบ 80 ปีของแกด้วย สุดยอดจริงๆครับคุณตา
คนปรบมือไม่หยุด แน่นอนว่ามีอังกอร์ cantina นั่นเอง คราวนี้บนจอไม่มีภาพจากในหนังแล้วแต่เป็นภาพนักดนตรีกำลังเล่นอยู่ซึ่งก็เจ๋งมากๆ จบแล้วไม่พอ คนยังคลั่งอยู่เลยซัด The Imperial March อีกรอบ พอจบอันนี้ทุกคน standing ovation เลย เป็นอีเวนต์ประทับใจอันดับหนึ่งในชีวิตไปแล้ว

ตบมือจนเจ็บ คิดในใจตลอดว่า ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ

d&department คือบริษัทที่เชื่อในของดีของญี่ปุ่น
เขาเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น ตามหาบริษัทเล็กๆ ร้านอาหาร โรงงานสินค้าที่มี”ของ” และเอามานำเสนอให้กับคนโตเกียว ถึงแม้อาจจะเรียกว่าเอามาชุบตัวผ่าน art direction และ ภาพถ่ายคุณภาพสูง แต่ก็รับรองได้ว่าของนั้นๆมันเจ๋งพอแน่ๆ

ล่าสุดที่ชั้น 8 ห้าง hikarie shibuya ก็โดนเหมาไปเกือบทั้งชั้น เพื่อทำทั้งแกลลอรี่ ร้านขายของ และก็ร้านอาหารของเครือ d&department นี่ จากที่จดๆจ้องๆมานาน วันนี้เลยลองไปต่อคิวดู

หน้าร้าน

เมนูหนาปึ๊ก ระหว่างรอ พบว่ามันบิวต์กันตั้งแต่ตรงนี้เลย คือในเมนูจะมีรายละเอียดของอาหารวันนั้นว่ามาจากจังหวัดไหน แบ่งเป็นอาหารพิเศษ อาหารกลางวัน อาหารค่ำ กาแฟและชา ของหวาน สาเก และไวน์ ทุกหน้ามีโค้ดบอกหมดว่าเป็นกาแฟเบลนด์พิเศษจากคาเฟ่จังหวัดนั้นนี้ ผลไม้เป็นแตงโมจากจังหวัดนี้ เพราะตรงฤดูพอดีอะไรประมาณนี้


แถมด้วยเครื่องใช้ในร้าน เก้าอี้ ถาดเหล็กตรงแคชเชียร์ที่เอามาจากโรงงานเล็กๆในจังหวัดบลาๆๆ เมนูก็มาในกระดาษซีร๊อกซ์ธรรมดา เพราะคงเปลี่ยนไปเรื่อยๆให้ครบ 47 จังหวัด

เก้าอี้จาก maruni ของนาโอโตะออกแบบ ด้านหน้าร้านมีขายของพวกน้ำส้มน้ำผึ้งอะไรว่ากันไป

เราเลือกกินเซ็ตปลาซัมมะจากฮอกไกโด มีข้าวโพดที่กำลังอร่อยตรงฤดูวางมาให้นิดนึง ก่อนกินก็มีออร์เดิร์ฟจากจังหวัด tottori ดูเหมือนตอนนี้ที่ร้านจะยก tottori มาเป็นmain มีหนังสือพิมพ์แจกฟรีเล่าเรื่องราวของ tottori ไว้ให้อ่านก่อนเจอของจริง ข้อมูลต่างๆทั้งการเดินทาง หอศิลป์ ดีไซน์เด่นๆ ถูกเอามาเล่าจบในหกหน้า (ความจริงก็ควรจะสั่งเมนูของtottori แต่พี่แกดังเรื่องปลาหมึกต้มนี่สิ มาทั้งตัวเลย ไม่กล้ากิน :X

หนังสือพิมพ์


ออร์เดิร์ฟ แน่นอนถ้วยมาจากไหน มีเขียนไว้หมด

บรรยากาศจากชั้น 8 ชิบุยะ น้องพนักงานชุดน่ารัก หิ้วกาน้ำอันเบ้อเริ่มเติมน้ำชา


อาหารอร่อยมากๆ ไม่รู้เพราะโดนบิวต์ขนาดนี้หรือเปล่า แต่กลับกันคิดว่าถ้ามึงบิวต์ขนาดนี้แล้วไม่อร่อยเนี่ย กูด่าแน่นอน เพราะราคาก็แพงกว่าชาวบ้านเขาเหมือนกันนะ

ดูเป็นเซ็ตสุขภาพมาก

กินเสร็จก็เออ คิดว่ารอดแฮะร้านนี้ บรรยากาศดี ถ้ามาเรื่อยๆก็จะได้กินอาหารอร่อยของแต่ละจังหวัดเวียนไป แต่ประเด็นของวันนี้มันคือของหวานจากจังหวัดไซตามะ ที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะสั่งแล้ว กลับพลิกล็อคเป็นพระเอกไปได้

คัสตาร์ดพุดดิ้งจากไซตามะ พูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นของหวานที่อร่อยที่สุดตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นมาเจ็ดปี
เห็นว่าไข่ไก่ได้จากฟาร์มที่มีมาแต่ปี 1923 อะไรก็ตาม เราไม่ได้ชอบเพราะมันเข้มข้นหรือมีรสชาติพิเศษหรือมีกลิ่นแบบที่ไม่เคยกินมาก่อน ส่วนผสมพวกนี้ยังไงก็เคยกินมาหมดแล้ว แป้ง ไข่ น้ำตาล แต่การเอามาเปลี่ยนสภาพเป็นสี่textureในถ้วยนี้มันเข้ากันหมดจริงๆ กินได้อย่างสบายใจ อร่อยทุกอณู
กินแล้วแบบว่า โอออออ นี่แหละกู๊ดดีไซน์ ดีไซน์ฟอร์ไลฟ์มันต้องอย่างนี้

ได้เจอร้านแบบนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่าเมืองไทยทำได้แน่ๆ ร้านของดี70กว่าจังหวัดของเรา มันต้องเจ๋งแน่ๆ
ราคาที่นี่ถึงจะสูง แต่ก็ไม่ได้สูงทะลุฟ้าแบบที่ร้านในพารากอนขายกัน เทียบค่าครองชีพไปก็ขนมนี่ก็ 55 บาทเท่านั้นเอง กลับกันสตาร์บัคส์เมืองไทยแก้วละร้อยเทียบไปเท่ากับแก้วละพันเยนเลยนะ จะบ้าเหรอ (เต็มที่ก็400-500เยน)
หาของที่มันดีๆ อร่อยๆ ความคราฟท์ที่มันไม่เชย เอามาแต่งตัวให้ดูดี น่าใช้น่ากิน มันน่าจะดี


http://www.d-department.com

หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 300,032 hits