You are currently browsing the monthly archive for ธันวาคม 2006.

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของร้านอาหารสีวลีเบเกอรี่

ร้านนี้อยู่หน้าปากซอยหมู่บ้านสีวลีของเรามานาน อร่อยมั่งไม่อร่อยมั่ง เคยเจอแมลงสาปทีนึงในข้าวผัดมันกุ้ง เซ็งเลิกกินไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมากินอีก เพราะว่าแถวนี้ร้านตามสั่งที่พอกินได้มันไม่มีจริงๆ ถ้าขี้เกียจออกจากบ้านสุดๆหมกตัวในบ้านเจ็ดวันก็ยังสั่งให้เอามาส่งให้ที่บ้านได้ ครบอาทิตย์ก็เอาตังออกไปจ่ายทีนึง จะมีซักกี่ร้านในชีวิตกันที่ตังไม่พอ เอาไปให้วันหลังได้ วันนี้ก็เลยออกไปกินสั่งลาเป็นครั้งสุดท้ายกับพ่อ เพราะปกติเวลาแม่ไม่อยู่ไม่มีใครทำกับข้าวให้กิน ก็ต้องพึ่งร้านนี้ตลอด

อาหารก็เดิมๆผัดผักกระเฉดหมูกรอบที่เหนียวจนเคี้ยวไม่ได้ ต้มยำที่ไม่ค่อยอร่อย พอเช็คบิลน้าผู้หญิงเจ้าของร้านจำเราพ่อลูกได้(แน่ล่ะ)ก็มาบอกขอบคุณที่ช่วยอุดหนุนมาตลอด 16 ปีที่เปิดร้านมา

เสียดายจังนะ

Advertisements

Hello Pakpoom Lamoonpan,

Thank you for your entry to SHIFT Mobile Art Competition.
http://www.shift.jp.org/mobileart/

As a result of our selection, your work was chosen to be published.
To publish it on SHIFT e-zine and mobile sites,
we would like you to prepare the following data and send it to us.

เย!

ถึงบ้านซะที ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ ตอนเย็นถึงบ้านอีกประเทศนึงซะงั้น ขอบคุณการบินไทย เจอแบลล์เพื่อนชาวโปรดักต์มาเป็นแอร์บนเครื่องด้วย แต่ไม่ได้คุยอะไรกันเลย เห็นทำงานง่วนเลยก็ไม่รู้ตอนไหนจะว่างคุย แถมโดนนั่งติดหน้าต่างอีกลุกก็ยากเกรงใจชาวบ้าน ตอนเครื่องลงก็ลากันแบบล่กๆ เอาไว้เจอกันอีกทีค่อยคุยกันนะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เจอเพื่อนทำงานอยู่บนเครื่อง คราวก่อนก็เจอเพื่อนตอนมอปลายตอนจะไปเที่ยวฮ่องกง ตอนนั้นมันว่างๆเลยได้คุยกันหน่อย งานแอร์นี่ท่าทางจะโหดอยู่เหมือนกัน การบินไทยสู้ๆ 55

มาถึงสนามบิน ได้เห็นสุวรรณภูมิครั้งแรก มันใหญ่จริงๆแฮะ เป็นท่อเสาตันๆเต็มไปหมด รอกระเป๋าอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ก็โอเค เคยรอนานกว่านี้

พอถึงบ้านได้อยู่กันพร้อมหน้า เจ้าหมามูก็อยู่ด้วย รู้สึกโชคดีจังแฮะ
ออกจากบ้านไปนานๆมาเจออารมณ์นี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่รู้สึกว่างเปล่ามากนัก
ยังไม่ได้ติดต่อใครคนอื่นเลย เอาไว้เบื่อบ้านก่อนละกันนะ

วันนี้วัน x’mas eve ญี่ปุ่นก็รู้ๆกันว่าบรรยากาศชวนเที่ยวขนาดไหน พนักงานเซเว่นยังใส่ชุดซานต้า เราเลยพาตัวเองเข้าไปศูนย์กลางแห่งการฉลอง Roppongi Hills
โอ้ย คนเยอะสุดๆ ล้วนแล้วแต่มาเป็นคู่ ไม่มีใครกล้ามาที่นี่คนเดียวเเน่ๆ นอนอยู่บ้านดูทีวียังจะรู้สึกดีซะกว่า ที่นี่มีไฟประดับประดาตระการตา คอนเซ็ปต์เขาคือ ARTELLIGENT CHRISTMAS 2006 Eternal Moment ไปดูนึกว่าจะไฮเทคขนาดไหน ก็ไฟติดต้นไม้ธรรมดานี่หว่า ใหม่หน่อยก็เป็น LED เท่านั้น แต่ว่ามันหนาวๆดูไฟปิ๊งๆ แบ็คกราวด์เป็นหอโตเกียวก็สวยดีนะ ชอบที่มีเสาผิงไฟ ลักษณะเหมือนร่มที่มีเตาแก๊สระบายความร้อนวางไว้เป็นระยะๆ ใครหนาวก็เข้าไปผิง สบายดีจัง ตลกตรงที่แถวนั้นก็จะมีstreet furnitureของเหล่าดีไซเนอร์เต็มเลยใช่มะ พอมาวันนี้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นก็กลายเป็นที่จู๋จี๋ของชาวญี่ปุ่นไปซะแล้น เก้าอี้ของtoyo ito นี่เรตติ้งดีใช้ได้ ไปนัวเนียกันหลายคู่อยู่ 555

พรุ่งนี้เช้าได้กลับบ้านไปกินน้ำพริกแม่แล้ว เย้

วันนี้ไปดูงานของM.C. Escherมา งานจัดในห้างแก่ๆแถวชิบุย่า ชื่องานsuper MCE ไอ้เราก็กะว่าไปถึงตอนเย็นๆคนคงจะจ๋อยๆ ที่ไหนได้ลงบันไดเลื่อนมาคิวยาวแน่นเอี๊ยด แล้วคนก็ยังไหลมาไม่หยุดอีกต่างหาก งานจัดดีมากๆ จากที่เราแค่รู้จักจากดุ๋ยว่าลุงแกทำงานเล่นกับความมึนงง งานนี้ค่อยๆให้เรารู้จักงานเขาทีละนิด ตั้งแต่งานself portrait สมัยเรียนที่เขียนตัวเองในกระจก การออกไปเขียนทิวทัศน์ ทำให้ได้มุมมองของตึกรามบ้านช่องที่เป็นที่มาของงานในยุคหลังๆ งานdrawingที่ใช้แต่เส้นตรง สร้างเป็นภาพ ดูเป็นกราฟฟิคมากๆ สมเป็นgraphic artist(เรางงๆกับคำนี้มานาน วันนี้คิดว่าลุงนี่เเหละใช่เลย) จากดรออิ้งธรรมดาก็เริ่มเล่นกับแสงเงา แทนที่จะวาดเส้นดำบนพื้นขาว ก็วาดแสงในความมืดแทน เป็นหยินหยาง จนสุดท้ายที่แกบรรลุศาสตร์แห่งการคำนวนแพตเทิร์น ใช้พื้นที่negative positive ที่ถ่ายเทเข้าหากัน ยิ่งดูยิ่งงงงงงงง แต่ก็ละสายตาออกมาไม่ได้
งานที่เอามาโชว์ก็แทบจะทั้งหมดที่เคยเห็นมา หลายๆชิ้นดูแล้วก็นึกถึงการ์ตูนเรื่องนั้นเรื่องนี้ เบอร์เซอร์กมั่งล่ะ โจโจมั่งล่ะ คิดว่าคนญี่ปุ่นก็คงจะรู้จักศิลปินคนนี้พอสมควร มีการเอางานหลายๆชิ้นไปทำเป็นอินเตอร์แอคทีฟให้เล่นกับจอ แต่เราเฉยๆ เพราะดูแล้วพี่แกเล่นยกงานของลุงมาใส่โปรแกรมง่ายๆเลยนี่หว่า แสดงว่าสมองลุงตอนนั้นนี่…โอ้ มันคณิตศาสตร์มากๆ ชาติหน้าคงไปเกิดเป็นเครื่องคิดเลข

งานนี้มีตกใจนิดหน่อยตรงที่ปกติในมิวเซียมมันจะมีซาวอะเบ้าท์กับหูฟังให้คนดูงานฟังรายละเอียดไปด้วยใช่มะ ที่นี่ใช้อุปกรณ์ใหม่กว่านั้น มันคือNintendo DS! การใช้ก็แสนจะง่ายดาย น้องพนักงานแจกdsอธิบายเราว่า ที่หน้าจอมีปุ่มให้จิ้มแค่next กับback ที่ผนังก็จะมีตัวเลขบอกเป็นระยะๆ เดินไปถึงเลขไหนก็จิ้มเอาตามเลขจะมีเสียงบรรยายพร้อมภาพให้ดู แถมอยากจะซูมภาพเอาตรงไหนก็ได้อีกต่างหาก สุดยอดดดดดดดด งานนี้คนดูงานเลยถือdsกันเต็มไปหมด อยากถ่ายรูปแต่เขาไม่ให้แน่ๆว่ะ พอตอนจะออกมาก็มีพนักงานเก็บคืน หูย ใส่ลังเตรียมเป็นร้อยๆเครื่อง มันจะไม่ขาดตลาดได้ยังไง

ชอบมากๆ กวนตีนฉิบหาย

ที่faylicity.comเวบข่าวหนังสือเเละจิปาถะที่เราชอบเข้าไปอ่านบ่อยๆ
มีลิงค์ไปที่เวบของสารคดี เขาลงเรื่องของวิธีทำเรานี่เอง
อ่านเพลินเหมือนคุยกับเจ้าตัว
และก็มีเรื่องน่าอ่านจากเล่มอื่นให้อ่านเป็นแซมเปิ้ลเยอะเลยทีเดียว
ชอบๆ จะได้อ่านหนังสือดีๆกะเขามั่ง อยู่นี่ไม่มีอะไรอ่านเลย ฮู้

ชอบอันนี้
สารคดีพิเศษ : ฤาแตกต่างคือแตกแยก? คนเล็กๆ ในพันธมิตรกู้ชาติ และคาราวานคนจน
พอเรื่องมันผ่านไปแล้วก็เหมือนดูหนังอยู่เลย

วันนี้เรียนจบไปอีกขั้นแล้ว เกรดออกมาอย่างน่าเศร้า
เหลือบทเรียนอีกสามเดือนเท่านั้นก็จะครบปีแล้วเหรอเนี่ย!
เหมือนยังไม่ได้อะไรเท่าไหร่เลย ปีหน้ายังไงคงต้องอัดให้เยอะกว่านี้ เดี๋ยวจะไม่รอด
สอบเข้าไม่ได้แล้วจะทำยังไงก็ยังไม่รู้เลย

พรุ่งนี้มีงานปาร์ตี้คริสมาสที่โรงเรียน ต้องเป็นพิธีกรกับยูนด้วย
พูดได้งูๆปลาๆก็เอาวะลองดู ขำๆ เพราะครูบอกว่าคนฟังเป็นนักเรียนชั้นต่ำกว่าเราทั้งนั้น
(เเต่เห็นมันพูดญี่ปุ่นกันเป็นไฟเลยเง้อ..)

日本語勉強するは終わりです。
今まで何をする分かりません、まずは国へ帰る。

บนฉลากแปะขวดเหล้าshochuu(ประมาณเหล้าขาว)ที่ร้านเขียนเอาไว้ว่า
“ถึงบรรดาลูกๆคนไทยที่จากบ้านเกิดเมืองนอนมาและกำลังดินรนต่อสู้ชีวิตอยู่
บรรดาลูกๆทุกวันนี้ที่กำลังพยายามอย่างไม่ลดละ ณ ที่หนึ่งที่ใดสักแห่งในโลก
ถ้าหากมีเรื่องที่ลำบากยากเข็ญ หรือเรื่องทุกข์ใจ ขอให้ลองคิดถึงสิ่งเหล่านี้ดู
สายน้ำที่เงียบสงบของลำน้ำโขง บรรดาป้าๆร้านค้าแผงลอยต่างๆ
ที่ออกมาขายของด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ทั้งข้าวเหนียว ส้มตำปลาร้า
ไก่ย่าง และนี่เลย มาพักกันสักนิดกับ”มนต์สยาม”
แล้วเรื่องทุกข์ใจต่างๆจะมลายหายไป
ถ้ายังไม่หาย ก็กลับบ้านกันดีกว่า”

ขอคารวะสามจอก

สารคดีครบรอบ5oปี helvetica มีคลิปสั้นๆให้ชิมแล้ว
อยากดูมากๆ

http://www.helveticafilm.com

หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 301,148 hits