You are currently browsing the monthly archive for กรกฎาคม 2015.

ตื่นมานัดน้องคนรู้จักไปหาไรกินกัน (ความจริงคือช่วยพาไปหาอะไรดีๆกินหน่อย ถ้าไม่งั้นจะแดกแต่shake shackจริงๆนะ)
น้องบอกมาเลยพี่ เจอกันที่ Chelsea Market

Chelsea Marketเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่ลงไกด์บุคทุกเล่ม
มันคือตึกเก่าที่เอามาทำให้เป็นfoodcenter
เห็นในเวบก็นึกว่าจะดลาดกว่านี้ ที่ไหนได้มันคือTsutaya ที่มีแต่ของกินนี่เอง

สะอาดสะอ้านแบ่งเป็นโซน มีทั้งอิตาเลียน เมกซิกัน ขนมปัง เค้ก อาหารทะเล
โดยเฉพาะอาหารทะเลนี่น่าจะดังสุด ร้านชื่อ The Lobster Place เห็นมีแต่คนญี่ปุ่นมากิน
ซึ่งเราคิดว่าเก็บไว้หลังๆละกัน ยังเช้าอยู่ (ปรากฎว่าสุดท้ายก็ไม่ได้กิน ซื้อหนังสือจนตังหมด)
คือถ้านึกอะไรไม่ออกมากินข้าวที่นี่ทุกวันแบบไม่ซ้ำยังได้

ฝั่งตรงข้ามChelsea Marketคือตึกgoogle ใหญ่สุดๆ กลางเมืองเลย

เจอน้องแล้วน้องบอกไม่ได้กินที่นี่ค่ะเดินไปอีก อ้าว เขียนแนะนำซะตั้งนาน
เป็นbrunchเก๋ๆ ซึ่งก็อร่อยนะ แต่คุยกันจนจำไม่ได้ว่ามันพิเศษยังไง
เอาเป็นว่าอิ่มท้อง เดินๆไปตามตรอกแถวแมนฮัตตันครั้งแรก ก็เริ่มเห็นภาพเมืองชัดขึ้น ตึกมันจะเก่าๆอยู่เหมือนกัน
มีแต่Graffiti พี่ก็ขยันกันนะ เขียนได้หมดทุกซอยทุกตึก

เอาล่ะ เข้าสู่ความartกันอีกรอบ มันคือตึกnew museumแถวๆBowery
คืองานข้างในน่ะช่างมัน ยังไงเราก็ต้องมาดูตึกSANAAตามประสาติ่ง
พบว่ามันขาววิ้งคอนทราสกับบ้านเมืองแถวนี้เหมือนกันนะ
เพิ่งเคยเห็นหอศิลปที่ติดถนนใหญ่แบบโล่งๆแบบนี้ spaceเหมือนธนาคารในญี่ปุ่น


จ่ายเงินขึ้นไปก็ดูงานไปดูวิวไป ตอนที่ไปดูเป็นงานThe New Museum Triennialพอดี
ฟังดูเหมือนจะดี Triennial เชียวนะ แต่ส่วนใหญ่จะหลอนๆ ไม่ได้ประทับใจอะไร ไม่ได้อ่านด้วยแหละ
(ซึ่งพอใครซักคนในนี้ดังขึ้นมา เราก็จะรู้สึกเปลี่ยนไป ไปตามหาข้อมูลอ่าน ศิลปะก็แบบนี้แล)

งานที่ชอบสุดในตึกนี้น่าจะเป็นของขายในmuseum shopอันนี้

จากnew museum จริงๆก็เดินไปโน่นมานี่ได้หลายทิศทาง ทั้งchina town ที่โครตจะจีน
นึกว่าเดินอยู่ฮ่องกงที่มีนักท่องเที่ยวฝรั่งเยอะแยะ เดินไปอีกก็เป็น little italy ที่อยู่ติดกัน
จากหนังหว่องก็กลายเป็นgodfatherเลย คือเดินทะลุๆๆไปนี่เหมือนเปลี่ยนฉากในละครเวที
ชอบมาก ทั้งกลิ่น สี ตึก ภาษาล้งเล้งของคนแม่งเปลี่ยนปุบปับ สนุกดี

ไม่ไกลจากnew museum มีงานของbanksyอยู่อันนึง
ถ้าดูตามเนตจะเห็นลายแทงทั่วนิวยอร์ค
ตลกดีที่พอเราไปเล็งๆอยู่ว่ามันเส้นไหน ก็มีลุงป้าฝรั่งถือโพยมาเหมือนกัน
พอสบตาก็ถามไป banksy? แล้วก็ได้เจอความจริงเหมือนกันคือโดนบอมทับจนไม่เหลือแล้วจ้า
แต่ก็ตลกดีที่เจอคนตั้งใจมาหาอะไรอย่างนี้เหมือนกัน แก่แล้วซะอีก

จำไม่ได้ว่ามาได้ยังไงอีกแล้วแต่เราก็มาโผล่ที่ตึกofficeของghostbustersแถวๆtribeca
ตอนนี้ถูกใช้เป็นสถานีดับเพลิง มีโลโก้เขียนอยู่ที่พื้นด้วย จบ
คือเขียนแค่นี้แต่จริงๆไปซึ้งเดินไปเดินมาส่องอยู่แถวนั้นนานมาก
จนพนักงานที่ออกมาคุยกันด้านหน้านี่คงจะสงสัยแล้วว่าไอ้โอตากุสองคนนี้มันมาจากยุคไหน
คนอื่นเขามาถ่ายๆแป๊บเดียวเขาก็กลับกันแล้ว


มองไปด้านหลังก็เห็นตึกของ Herzog & de Meuron กำลังสร้างอยู่
จะว่าไปมานี่ก็เห็นตึกโน่นนี่ตลอดเวลา บางทีก็เห็นไกลๆจากซอกตึก
เพราะมันมีแต่ตึกสูงๆบังมุมกันไปมา

อย่างอันนี้เห็นลิบๆ มาระลึกดู นี่มันตึกแรกของ gehryที่เคยเห็นจริงๆกับตาเลยนี่หว่า
แต่ความตื่นเต้นมันใช้ไปบ่อยตอนดูนิทรรศการที่โตเกียวไปแล้ว พอเจอของจริง
เลยเฉยๆ เป็นงั้นไป

มีอีก บันทึกไว้ก่อนมันจะเสร็จ อันนี้ของ ando ยังไม่มีแม้แต่เสา

อะพอ กลับมาหาของกินแถวBowery
Lombardi’s Pizza ข้อมูลง่ายๆคือมันเป็นร้านพิซซ่าร้านแรกในอเมริกา
พอเป็นแบบนี้มันก็มีสองอย่างคืออร่อยคลาสสิคจริงกับร้านเชือดนักท่องเที่ยว
แต่ว่ามากรุงเทพแล้วก็ต้องลองไปกินผัดไทยประตูผีก่อนจะเทียบกับร้านอื่นใช่ไหม

สั่งแบบเบสิคมา

สรุปว่า อร่อยดีไม่โดนหลอก แต่ก็คิดว่าอาจจะมีอร่อยกว่านี้ ต้องหาต่อไป
แต่ว่าฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากกันเท่าไหร่ทางเดินไปสถานี spring st.นั้นมีร้านคุกกี้ที่โครตอร่อยอยู่
ร้านเล็กนิดเดียวมีคุกกี้วางเป็นชั้นๆเป็นดิสเพลหน้าร้าน อันนี้อร่อยจริงๆจนต้องกลับไปซื้ออีกรอบ
หวังว่าถ้าได้ไปอีกทีจะยังไม่เจ๊งไป

ก่อนกลับที่พักลองแวะไปดูโลเกชั่นหนังเรื่อง begin again
เป็นฉากที่น้องคีร่ามาเคลียร์กับอดัมเลอวินในร้าน จริงๆก็ไม่อะไรกับหนังมาก
แต่เห็นว่านีออนหน้าร้านมันสวยดี คนก็รีวิวว่าอาหารโอเค สรุปมาตอนอิ่ม ถ่ายรูปเสร็จก็กลับบ้านดีกว่า

Advertisements

ดีไซน์ของร้านshake shack ออกแบบโดยPaula Scheแห่งPentagram
คลีน โมเดิร์น ฮิปสเตอร์

http://new.pentagram.com/2015/02/shake-shack-branding-a-better-burger/

ตื่นมาอย่างงงๆ อา เราอยู่ในบรุคลินหรือนี่ ไม่มีอาการjetlagใดๆแถมตื่นเช้าได้ ดีมาก
ไม่ขึ้นรถละ เดินดีกว่า ออกจากบ้านก็เดินแบบผ่าเมืองไปเลย



อะไรก็สวย

อากาศดี สกปรกนิดหน่อยเลเวลเท่ากรุงเทพชานเมือง
ตอนเช้าๆไม่ค่อยมีคนมาทำอะไร เจอร้านโดนัทดูดี
เออ นี่มันร้านที่เราว่าจะกินอยู่แลัวนี่นา

จัดไปสองแบบ เพิ่งดูlittle forestมา ลองไส้nutellaไปนี่คือร้องไห้
คิดว่าขนมที่ญี่ปุ่นนี่อร่อยแล้วนะ แต่แพ้ออริจินัลหลุดลุ่ยแฮะ โดนัทก็ต้องที่นี่สิ
ร้าน Dough นี่คนนิวยอร์คก็คงจะรู้จักอยู่แล้วเพราะว่ามันดังมาก
หลังจากนี้ไปก็เจอแทบทุกวัน ตามร้านกาแฟหลายๆที่ถึงกับมีป้ายบอกว่า
ร้านเรามีโดนัทที่ส่งจากร้านDoughครับ ไม่ต้องมาถึงนี่ก็มีกินทั่วนิวยอร์ค

ลูกใหญ่ฟูนุ่ม เข้าใจแล้วว่าทำไมอ้วนกัน

เดินมาเป้าหมายแรกคือFort Greene Flea
เขาว่าเก๋นักนะมึง ไหนดูซิ เออว่ะ ญี่ปุ่นลอกที่นี่มานี่หว่า
รู้สึกว่าคนมาซื้อของไปขายโตเกียวคงเยอะมาก ราคาถูกกว่าเยอะด้วย



แต่ก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ได้มาแต่การ์ดstar wars รุ่นโบราณ สองพันเยน

มาคิดดูตอนนี้ มันฟันเละเลยนี่หว่า แต่ก็เอาซะหน่อยที่ระลึก

หิวแล้ว แม้ว่าที่Fort Greeneจะมีอาหารน่ากินอยู่นิดๆหน่อยๆ แต่ยูนบอกว่าช้าก่อนอย่าเพิ่งกิน
เพราะว่าที่ต่อไป Smorgasburg Flea Food Market นั้นรวมเอาอาหารเด็ดๆทั้งเมืองมาลงที่นี่
พอไปถึงก็ตาลาย เจ๋งจริงๆ น่ากินไปหมด อากาศก็ดีริมน้ำ มีที่ชมวิว ชีวิตโครตดี
ถ้าไปอยู่คงไปทุกอาทิตย์ พวกร้านในไกด์บุคดังๆก็มาออกร้านที่นี่กันเพียบ มาที่เดียวมีครบ
อาหารญี่ปุ่นก็เยอะ ที่คนต่อคิวเยอะสุดคงเป็นราเมงเบอร์เกอร์ กินโน่นนี่ไปสามสี่ร้าน จุก ดี

หนึ่งในนั้นคือไก่กับวัฟเฟิลราดซอสศรีราชา เห็นที่นี่ร้านอะไรก็ต้องมีศรีราชาวาง

ระหว่างทาง


แถวนั้นก็มีร้านดีๆอยู่เยอะ แต่ก็ไม่ได้เป็นคนช็อปปิ้งอะไรอยู่แล้ว
ร้านที่เข้าไปนานสุดน่าจะเป็น Rough Trade ใหญ่สะใจเป็นโกดัง
ทั้งแผ่นเสียงซีดีหนังสือ สาขาที่เจอมีกระทั่งที่เล่นคอนเสิร์ต เพลินดี
แต่ว่ามันก็จบไปแล้ว ขนาดว่าอยากซื้ออะไรก็ยังไม่ได้ซักอย่าง


อีกร้านคือไอติมชื่อดัง Odd Fellows
อร่อยดีแต่ก็คิดว่าไม่ได้ต่างจากที่โตเกียวมาก
เว้นอย่างนึงคือกินๆอยู่มีพนักงานเอารัมเรซินมาให้ฟรีลูกนึง
เพิ่งเคยกินไอติมที่แรงขนาดนี้ เมาเหล้ากันไปเลย แปลกดี



เห็นป้ายนี้ก็นึกขึ้นมาได้ ปกติร้านพวกนี้ยกมากินเองไม่ต้องทิปก็ได้ จากที่โตเกียวไม่มีการทิปใดๆ
มาที่นี่ก็เลยต้องปรับตัวนิดหน่อย น้องที่รู้จักบอกว่าค่าทิปปกติคือ 15 เปอร์เซนต์ ถ้าบริการดีมากก็20
เราก็ทำตัวดีตามระเบียบนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ทิปเป๊ะๆ15เปอร์เซนต์ตลอดเวลา
มาอ่านอีกทีว่าถ้าจิตแข็งจะน้อยกว่านั้นก็ได้ รอบหน้าจะทำใจก่อนไป

สารภาพว่าจำไม่ได้ว่าทำอะไรต่อ หลังจากเดินWilliamsburgเร็วๆ
ดูในสต็อกรูปถ่ายก็มาโผล่ที่ MOMA PS1แถวQueens
เพราะยังไม่อยากข้ามไปแมนฮัตตัน ดูงานศิลปะเป็นที่แรก ก็อ๊าตๆน่ะ
ชีวิตปลงๆตอนนี้เริ่มจะสนใจของกินมากกว่างานแล้ว


เข้าไปก็มีงานของBjörk’s Stonemilker ในโดมมีคนสวมหัวVRกันอยู่
พอสวมเข้าไปก็จะได้เห็นเจ๊มาเดินร้องเพลงหลอนๆอยู่ในชายหาด แยกร่างอะไรบ้าง
ซึ่งมันก็เจ๋งดี ถ้าเทคโนโลยีมันไปไกลกว่านี้คงน่ากลัว นี่ก็เหมือนเรื่องStrange Daysแล้ว
เพราะก้มหน้าเงยหน้าหันซ้ายหันขวาเห็นโลกนั้นได้หมดเลย

เข้าตึกไปก็มีงานตามห้องต่างๆ ไม่เยอะ เออ ลืมไป มารู้เอาวันหลังว่าถ้าเข้าMOMAใหญ่ก่อน
เราจะได้ตั๋วเข้าMOMA PS1นี่เลยฟรี ฮ่วย เอา 10เหรียญคืนมา

จำงานอื่นไม่ได้แฮะ แต่ที่จำได้คืองานของjames turrell กะว่าน่าจะพีคสุดในตึกนี้ละ
เคยไปดูงานอื่นๆแล้วชอบ ท้องฟ้านิวยอร์ควันนี้อากาศดีด้วย
ขึ้นไปเจอป้ายนี้ จบ แล้วก็เจออะไรอย่างนี้ตลอดทั้งทริป
ก็ไม่ได้เสียดายอะไรนะ ไม่ง้อเฟ้ยกินโดนัทแทนก็ได้

ชักยาว นี่วันที่สองเอง สุดท้ายก็ไปสถานีชื่อเรียกยาก Hoyt–Schermerhorn
มันคือโลเกชั่นถ่ายมิวสิควิดิโอ BAD ของไมเคิลเเจคสันนี่เอง 80 kidอย่างเราต้องไปเยือนซะ
เล็กกว่าที่คิดเยอะ รู้เลยว่าตอนถ่ายนี่กล้องต้องติดผนังแน่นอน แต่ก็ยังเป็นเสปซแบบในมิวสิควิดีโอ ดื่มด่ำกันไป

เดินแถวนั้นเป็นแหล่งชอปปิ้งที่มีวัยรุ่นผิวดำออกมาเดินเล่นกันเยอะ
นึกว่าจะน่ากลัวแต่ดูๆไปก็ไม่มีอะไร ถึงเดินเป็นแก๊งแต่ก็ดูเหมือนเด็กสยามเกรียนๆ
แก๊งผู้หญิงก็เข้าร้านเสื้อผ้าไซส์ใหญ่ๆอะไรอย่างนั้น แอบส่องๆทุกคนรองเท้าสีเด่นมากๆทุกคน


กินมื้อเย็น เป็นเบอร์เกอร์ที่กินซ้ำตั้งแต่เมื่อวาน
ขอบอกว่าเป็นอาหารกันตายที่ดีที่สุดในนิวยอร์ค โครตอร่อยราคาดี ชนะทุกที่
นึกอะไรไม่ออกก็shake shack นี่แหละครับ คิดว่าต่อให้กินทุกวันก็ยังได้
ขนาดต้องเตือนตัวเองว่าเปลี่ยนบ้าง เอะอะจะshake shackตลอดเวลา
ได้ข่าวว่าปีหน้าจะมาเปิดโตเกียวแล้ว รอ

หมดวันที่สอง เขียนไปหิวไป

เจออะไรวันนั้นน่าสนใจจะเอามาลงแยกไว้ดีกว่า เป็นหมวดหมู่ดี

จอที่Times Squareข้างล่างนั่น ตอนเปิดตัวก็เป็นงานของ universal everything
อลังจริง

www.universaleverything.com

สี่เดือนหายไปวาบ งานเยอะแบบคิดว่าตาย แต่ยังรอดอยู่ ปีที่แล้วตอนกลับบ้านไปเจอน้องแหวนที่สนามบิน บอกว่าช่วงโกลเด้นวีคจะไปนิวยอร์คไปมั้ยพี่ เออ ไม่เคยไป ลองดูก็ดีนะ ตัดภาพมาอีกที กำลังส่งเมล์งานที่สนามบิน ก่อนนั้นก็ไม่ได้นอน เพราะออกเช้ามาก กะว่าไปนอนบนเครื่องแน่ๆ จริงๆมีเรื่องวุ่นวายตั้งแต่ตอนขอวีซ่า แต่เล่าฮาๆไวๆก็คือตอนกรอกข้อมูลนี่เครียด เพราะจองอะไรไปหมดเเล้วถ้าอดไปนี่เสียหลายตังอยู่ แถมข้อมูลที่เคยไปตั้งแต่เด็กๆก็ลืมหมดต้องถามพ่อให้ไปขุดวีซ่าเก่าๆมาว่าสิบกว่าปีก่อนไปมากี่วัน ต้องกรอกว่าตอนนี้มีแผนจะก่อการร้ายหรือเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินค้ามนุษย์ในอเมริกาไหม ครับ  พอผ่านเข้าไปสัมภาษณ์เขาถามว่าจะไปทำไม บอกว่าไปNew Museum MOMA guggenheim whitney museumครับ เอาไปเลยสิบปี จบ ง่ายจัง

เอาล่ะเอาเป็นว่าข้ามฟากโลกมานิวยอร์คในเวลาเช้า ไปถึงกำลังจะต่อรถไฟเข้าเมืองก็เจอกับป้าญี่ปุ่นคนนึงกำลังจะหาทางซื้อตั๋ว เลยช่วยแก คุยไปคุยมาทางเดียวกันเลยนั่งเข้าเมืองมาด้วยกัน เป็นการเริ่มต้นแบบไม่ได้ดูอะไรเท่าไหร่ แกชวนคุย แถมเดินลิ่ว จำไว้ว่าถ้าอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศ first time  อย่าไปช่วยใคร (อ้าว) แต่ก็ประทับใจดีที่แกแก่ขนาดนี้ยังออกมาเดินทางคนเดียว แถมนี่มาครั้งแรกด้วย สมเป็นคนญี่ปุ่น

ด้านหลังยูนและคุณป้า เดินลิ่วจริงๆ

ถึงบ้านอย่างง่ายดายไม่ค่อยหลง ใช้บริการAirbnb เป็นบ้านในBrooklynถนนCornelia ไม่ไกลมาก
ตกคนนึงคืนละสี่พันเยน ได้เท่านี้ก็เอาแล้ว สบายดีทุกอย่าง มีหมาตัวนึงแมวตัวนึงให้เล่น
เจ้าของบ้านคนนึงเป็นอาจารย์สาว อีกคนไม่รู้ทำอะไรส่วนใหญ่จะเห็นนั่งเล่นเกมxboxอยู่เงียบๆเหมือนหนังอเมริกัน
เขาก็ยกห้องนำ้ห้องนอนให้เราห้องนึง ไม่มีอะไรจะบ่น นอกจากคาดผิดไปอย่างนึงคือหมามันไฮเปอร์ไปนิด
แล้วก็ขนกับกลิ่นมันน่ารำคาญไปหน่อย เวลาไปนั่งดูหนังที่โซฟานี่ติดมาเพียบ แต่เขาก็บอกแต่แรกแล้ว
จำไว้ว่าคราวหน้าถ้าแมวยังพอไหว หมานี่เลี่ยงดีกว่า

ตึกบ้านที่พัก อยู่ชั้น1

มาถึงทักทายเจ้าของเสร็จวันแรกสิ่งที่เราทำก่อนคือ สลบไปห้าชั่วโมง
รู้สึกตัวอีกทีคือต้องออกไปหาอะไรกินเเล้ว มืดแล้วพอดี เลยมุ่งหน้าไปตรงนั้นแหละ times square นิวยอร์ค

เป็นช่วงโปรโมทMADMAXอยู่พอดี ขึ้นบันไดเลื่อนสถานีมาเจอขนาดของบิลบอร์ดที่นี่เข้าไป ยอม
มันใหญ่คุกคามไปหมดทุกด้าน ขนาดว่าจะถ่ายวิวโหลๆนั้นก็ไม่รู้จะหันไปด้านไหนดี สะใจการเปิดโลกฝรั่ง
อยู่แต่เเถวเอเชียนี่หลายปี เสกลมันต่างกันจริงๆ

เดินวนๆว่ามีอะไรโชว์ เจออันที่น่าดูหลายอัน แต่ก็ไม่ได้คิดจะซื้อตั๋ว
อยากเดินเล่นก่อน เดินไปเดินมา หนาวกว่าที่คิดมาก กลับบ้านเถอะ
จบวันแรก

เห็นคนต่อคิวดูอันนี้เยอะมาก น้องCarey Mulligan กับลุง Bill Nighyเล่น เห็นว่าฉายจำกัดเวลา อด

ป้ายในตำนานของจริง มาดูตอนนี้ โหว มันเป๊ะเนอะ

กลับมาจากไทย เจองานนี้เข้าไป ไปต่อไม่ถูกเลย ง่ายและดีจาก mr.design
papyrus magazine




หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 302,054 hits