You are currently browsing the monthly archive for มกราคม 2009.

The new Philharmonic identity pairs a circular wordmark with a graphic line inspired by a baton.



โอ่ย จุก เห็นงานแบบนี้แล้วอิจฉา
มันคิดได้ไง

The Designers Republic เพิ่งเจ๊งไป แต่ pentagram คงจะอยู่ไปอีกร้อยปี

ใครจะคิดว่าจากน้องนางเอกบ้านๆในswing girls
จะมาอยู่ในcm shiseidoเคียงบ่าเคียงไหล่กับเอบิจังได้
แถมยังดูจะสวยกว่าอีกหลายๆคนอีกนะ

ช็อตสุดท้ายนี่ละลายยยยยย

เพิ่งจะออกdvdมาหมาดๆ
อืมม น่ารักจริง

ガラスの仮面 หรือ หน้ากากแก้ว หรือ นักรักโลกมายา
ออกเล่มล่าสุด43มาเมื่อวาน เลยต้องมาคุ้ยเล่ม42อ่านก่อน
(เอาติดมาด้วยตั้งแต่มาใหม่ๆ สามปีที่แล้วยังเรียนอะอิอุอยู่เลยคิดดูแล้วกัน)
พรุ่งนี้ไปสอยเล่มจริงแน่นอน โลกแห่งการ์ตูนนี่มันผ่านไปช้าซะจริง

จะว่าไปการ์ตูนผู้หญิงที่เราตามอ่านนี่ก็มีเยอะเลยเชียว
แต่ว่าตั้งแต่แคตาล็อกรักจบไปก็ไม่ค่อยมีเรื่องไหนกิ๊วก๊าวได้เท่า
ส่วนใหญ่จะเป็นชีวิตปนเครียดซะส่วนใหญ่ แต่ก็นั่นแหละมันถึงสนุกไง
ล่าสุดก็ตามของทานิคาว่า ฟุมิโกะ คนนี้ถนัดเขียนเรื่องสั้นๆ
เคยอ่านตอนวัยรุ่นไม่คิดว่าจะได้เจออีก : )เลยซื้อเก็บทุกเล่ม
ตัวละครน่ารักโครตๆ แต่มักจะเลิกกัน แบบว่าเป็นการ์ตูนให้กำลังใจคนอกหัก
อ่านแล้วกิ๊วก๊าวไปตามเรื่อง

ใครมีเรื่องไหนหนุกๆอีกแนะนำกันได้ จะกลับไปเช่าอ่าน
(เดี๋ยวนี้พฤติกรรมซื้อการ์ตูนแบบเดิมใช้ไม่ได้แล้ว สองเล่มร้อยนี่ไม่ไหวว่ะ)

พอส่งงานเสร็จก็มีเรื่องอัดกันมาเต็มไปหมด
เริ่มจาก เดือนมีนาจะมีแขกบ้านเเขกเมืองมาทำการสัมมนาวิชาการอ๊าต
ทั้งฟินเเลนด์ เกาหลี จีน เป็นโครงการแลกเปลี่ยน
ก็จะมีนิทรรศการจากหลายๆภาควิชา หลังจากพรีเซนต์งานเมื่อวันก่อนเสร็จ อาจารย์ก็ประชุมกัน เรากับยูนถูกเลือกให้เป็นตัวแทนของภาคกราฟฟิคซะงั้น ก็เลยต้องยืดเวลากลับไทยออกไป แถมยังต้องเตรียมตัวpresentกับอาจารย์อีก
แต่ก็ถือว่าอาจจะมีอะไรดีๆติดตัวไป ก็เลยตามเลย แอบสงสารคนที่จะมานิดๆ
อะไรวะ อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูงาน ดันเป็นคนไทย

แล้วอีกอันเพิ่งรู้ตะกี๊ ทางมหาลัยเขาจัดประกวดงานโปสเตอร์งานแสดงผลงานthesis ประจำปีของทั้งมหาลัย ใครจะส่งก็ได้ แล้วจะให้ตังค่าขนมแสนเยน
รู้ก่อนdeadlineวันเดียวก็เลยปั่นส่งไปสองแบบ แล้วก็เงียบไปนานมาก เมื่อวานเพิ่งจะขยำsketchทิ้งไป ปรากฏว่าเมื่อเช้า เขาโทรมาว่าได้รับเลือก เย! จะขอแก้งานเพราะเผามาก เขาบอกห้ามแก้ด้วย เลือกเพราะมันเป็นแบบนี้ แก้ได้นิดเดียว เอากะเขาสิ งานก็จะถูกใช้ในสื่อต่างๆ ทั้งโปสเตอร์ สูจิบัตร เวบไซต์ ทั้งหมดนี้ก็คือให้เขาไปแล้วเขาจะเอาไปปรับยังไงต่อก็อีกเรื่องนึง
โปสเตอร์ก็จะถูกแจกไปตามโรงเรียน มหาลัยแล้วก็สถานีรถไฟทั่วญี่ปุ่น (ซึ่งไม่เห็นจะเคยเห็นเลย คงจะโม้มากกว่า) เขาว่างานถูกเลือกโดยเหล่าเฮดของมหาลัย
ดูแต่งาน ห้ามเห็นชื่อกับรายละเอียดคนส่ง พอรู้ว่ามาจากศิลปากรก็ขำๆกัน เอาเป็นว่าผลิตออกมาแล้วจะเอามาให้ดู

สุดท้ายเมื่อวานเพิ่งไปคุยงาน เดือนห้ายูนได้รับการทาบทามให้แสดงผลงานที่ gallery speak for ณ ไดกันยาม่า โอ้วววว งานนี้หยิกแก้มกันจนแก้มตุ่ยเลยทีเดียว นอกจากจะมีงานยูนแล้ว ยังมีspaceเล็กๆโชว์ห่วยของดีไซน์จากไทย คัดสรรโดย sorrysorry อีกนิดหน่อย รายละเอียดเดี๋ยวให้เจ้าตัวมาเล่าดีกว่า

แค่นี้ล่ะ งานหลวงอีกเพียบ ทัั้งหมัดทั้งอะเดย์แถมยังต้องเขียนรายงานส่งขอทุนอีก

เสร็จแล้ววววว
จบไปหนึ่งปี
เล่นน้อยไปหน่อย ปีหน้าต้องสนุกมากกว่านี้

พักซักตื่น แล้วเดี๋ยวจะตามมาโพสละเอียด


วันนี้เห็นเพื่อนใช้กาวยี่ห้อ askul
แปลว่าอะไรของมัน ถามเพื่อนดูเลยถึงบางอ้อ
เพราะเป็นบริษัทที่รับสั่งซื้อสินค้าทางอินเตอร์เนต เเล้วมาไวมาก
สั่งวันนี้พรุ่งนี้มา ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ Ashita kuru
พูดเร็วๆ เป็น asukuru กลายเป็น askul ซะงั้น

ไม่มีอะไรใหม่ แต่สวยชิบเป๋ง
ไปจ้างดีไซเนอร์ถึงสวีเดนโน่น

http://www.bvd.se
http://www.stockholmdesignlab.se/

จาก Gary Hustwit เจ้าเดิมที่ทำ helvetica
จังหวะ ลีลา สำเนียง เหมือนเดิมเด๊ะ!
แปลว่าน่าจะดี

เช้าวันจันทร์นี้ก็เป็นวันเริ่มเริ่มต้นปีของชาวญี่ปุ่น
จากการหยุดเที่ยวช๊อบกินนอนยาวมาหลายวัน
ส่วนคนขี้เกียจอย่างเราจะมีอะไรrelaxได้ดีไปกว่ารายการทีวีแกล้มสุกี้ร้อนๆ
น่าจะเป็นช่วงที่ดูรายการบันเทิงญี่ปุ่นได้คุ้มที่สุดแล้วมั้ง

นี่คือที่ได้ดูสามสี่วันมานี้ ชอบจริงๆ

เริ่มจากอันแรก ダウンタウン笑ってはいけない รายการตลกห้ามขำประจำปี
ปีนี้คอนเซปต์คือนักข่าวหัวเห็ด ดูตอนกินข้าวอิ่มใหม่ๆขำจนปวดท้องเกือบตาย
แต่ดูท่าทางการลงโทษไม่ค่อยเจ็บเท่าปีก่อนๆ

อีกวันนึงก็มี はじめてのおつかい อันนี้เคยดูที่ไทย
รายการที่ให้เด็กตัวเล็กๆสี่ห้าขวบออกไปช่วยพ่อแม่
บางคนเดินจูงน้องตัวเล็กออกไปเผชิญโลกกันสองตัว
บางคนอุ้มตุ๊กตาข้างนึงถือของข้างนึง แล้วจะเอาไปทำไม
ฮือ ฮือ น่ารัก และตลกมากๆ
ดูตอนเก่าๆได้ที่นี่

ต่อมาวันนี้มี ものまねバトル
รายการเลียนแบบbattleแบ่งข้างกันออกมาว่าใครจะเหมือนกว่า
แต่จริงๆคนเหมือนจะสู้คนฮากว่าไม่ได้
น่าเสียดายวันนี้เป็นรายการครั้งสุดท้ายอีกแล้ว
(วันนี้มีคนเลียนแบบ x -japan กับหลุยส์อาร์มสตรอง เหมือนโครตทั้งคู่)

สุดท้ายรายการดังสุดคือโคฮาคุเพลงขาวแดงประจำปี
ปีนี้โนโซมิจังจากponyo(ภาษาไทยจะพิมพ์ยังไงดี โปโย โปนโยะ โปเนีย)
ตัวเล็กได้ขึ้นเวทีเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
แล้วยังเป็นช่วงtributeให้กับ studio gibli อีกต่างหาก เจ๋งๆ
มาดูแล้วแบบ โอ้โห พีคสุดแล้วมั้งนี่

ขอเชิญชม

okok

รับปากว่าจะทำหนังสือเกี่ยวกับโตเกียวกับเจ้าสำนักไต้ฝุ่นตั้งแต่มาอยู่ใหม่ๆ แล้วไต้ฝุ่นก็แสนใจดี ให้อิสระเต็มที่ นอกจากเที่ยวเอง กินเอง เขียนเอง ถ่ายรูปเอง ออกแบบเอง เขียนภาพประกอบเขียนการ์ตูนเอง แล้วยังให้กำหนดdeadlineเองอีกต่างหาก จนหนังสือเที่ยวโตเกียวเต็มแผงไปหมดแล้วก็ยังไม่มีทีท่าจะเสร็จ ดูท่าว่าถ้าไม่จบในปีนี้เฮียแกคงมาทำเองแน่ๆ สุดท้ายจึงฮึดทำเอาช่วงเทอมสองของปีหนึ่งที่เรียนอยู่นี่ล่ะ ลงทุนซื้อกล้องใหม่ตระเวณออกไปถ่ายงานจริงจังอีกรอบ ไอ้ร้านที่เล็งๆไว้ก็ดันทยอยเจ๊งไปเป็นแถบๆ ต้องเสียเวลาทำข้อมูลใหม่ ดีไซน์ที่ตอนแรกด้วยความขี้เบื่อ เลยนึกว่าจะทำให้แตกต่างในแต่ละพื้นที่จะได้ดูสนุกแล้วแยกออกจากกันง่ายๆ ไปๆมาๆดันกลายเป็นใช้เวลามากกว่าที่คิด รวมๆแล้วกว่าจะถึงวันนี้ใช้เวลากว่าสองปีในการเก็บข้อมูลและเกือบหนึ่งปีในการจัดทำและออกแบบ (แบบทำๆหยุดๆ) ทะลุเส้นตายมาหลายครั้ง ก็ได้กำหนดออกวางแผงกับเพื่อนๆไต้ฝุ่นเล่มอื่นในล็อตใหม่กลางมกราที่จะถึงนี้ซักที

คอนเซปต์ของหนังสือเล่มนี้คือ ที่ชอบที่ชอบของ sorrysorry สถานที่เที่ยวส่วนใหญ่เราจะพาเข้าหอศิลปแกลอรี่คาเฟ่แล้วก็ร้านที่มีของเด็ดๆ น่าจะเหมาะกับคนที่หนีทัวร์เที่ยวเองหรือคนที่เคยไปมาแล้ว เพราะนี่เราก็ข้ามที่ฮิตๆไปซะส่วนใหญ่ ซึ่งพอมาดูย้อนอีกที มันชวนเข้าแต่ร้านหนังสือ ฮ่าฮ่า แต่ร้านหนังสือที่นี่ของมันไม่เหมือนกันนะ

ชื่อหนังสือก็เอามาจากชื่อblogนี้เดิมเลย จริงๆตอนใส่ลงblogไปตอนแรกค่อนข้างสิ้นคิด แต่พอมาไล่ชื่ออื่นๆแล้วก็มาตกกับชื่อนี้อีกจนได้ แล้วมันก็เหมาะกับหนังสือเล่มนี้ดี เพราะไม่ค่อยอยากให้เป็นหนังสือนำเที่ยวเกินไป ในเล่มก็ไม่ค่อยจะได้บรรยายอะไรมาก แค่ให้พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เป็นลางแทงสมบัติว่าเรามาเจอของในซอยนี้แล้ว เดินเลยไปอีกหน่อยคนอ่านอาจจะหลงไปเจอขุมสมบัติของตัวเองก็ได้ ทำนองว่าตัดสินใจได้แล้วก็ ok go tokyo กันเถิดชาวเรา

ถึงแม้ว่าจะเคยทำหนังสือมาหลายเล่มแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ปั้นเองทั้งเล่ม
แถมยังเป็นการทำงานข้ามประเทศ มีเรื่องตะกุกตะกักมากมาย ต้องขอบคุณไต้ฝุ่นมากๆหลายๆครั้งที่ช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆให้ลุล่วง

ไม่รู้เหมือนกันว่าเวลาหนังสือเหลือๆค้างสต๊อกเขาจะเอาไปทำอะไร
ขอเชิญร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม ต่อไปเผื่อจะ ok go อาบูดาบี ได้ต่อ

เพื่อการนี้เราก็เลยไปเปิดอีกblogนึงไว้เลย
http://okgotokyo.wordpress.com
ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่ต้องทำdesignที่นี่ใหม่ไง กันสับสน

ok_go_tokyo_cover

ปกเหลืองนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มหรือองค์กรหรือพรรคการเมืองใดเช่นกัน 🙂

หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 300,266 hits