วันเสาร์เป็นวันที่มีmarketทั่วเมือง เลือกไปไม่ถูก

ตอนเช้าเลยไปเริ่มที่Spa Terminus เป็นร้านที่มาเปิดใต้อุโมงค์ คล้ายๆmaarchอากิบะ แต่เน้นของกิน อร่อยทุกร้าน ได้ลองกาแฟ ร้าน Monmouth Coffee ด้วย คนเยอะเชียว


เสร็จแล้วก็เลยไปตามล่างานbanksyที่อยู่ใต้สะพาน london bridge เจอง่ายๆไม่มีคนสนใจ


จะไปตลาดหนังสือต่อ ระหว่างทางก็เจอกลุ่มตึกย่าน southbank มีโรงละครแห่งชาติ โรงหนังBFI ร้านหนังสือในนั้นเจ๋งมาก หนังเพียบ



hayward gallery เหมือนจะปิดปรับปรุง คราวหน้าน่ามาอีก

ตลาดหนังสือไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่สวยๆก็เยอะ


ที่เด็ดคือตลาดใกล้ๆ กินข้าวเที่ยงได้พอดี เจอเบอร์เกอร์เป็ดอร่อยสุดยอด ไม่รู้จะไปหากินได้อีกที่ไหน กรอบนอกนุ่มใน ราดน้ำผึ้งและมัสตาร์ด หวานเผ็ด ขนาดเดินถือมานี่มีฝรั่งมาถามเลยว่าซื้อร้านไหนน่ะนาย


เสร็จแล้วก็เดินทางต่อไป saatchi gallery

ซึ่งปรับปรุงใหม่แบบจำอะไรไม่ได้เลย งานใหม่สนุกเรื่องเกี่ยวกับselfie ที่สำคัญฟรี แล้วdesign museumเมื่อวานคืออัลไล



ยังไม่หมดแรง ขาหายแล้วแบบจำไม่ได้ว่าเจ็บตรงไหน เลยเข้าเมืองไปดูร้านรวงแถวโซโหต่อ พบว่าใกล้ๆมีงาน banksyอีกงานเลยไปตามดูต่อ คราวนี้อยู่บนตึกสูงเลย สภาพสมบูรณ์มาก ไม่รู้จะอยู่อีกนานแค่ไหน ตึกเหมือนจะโดนทุบอยู่


เเวะดูงานikeda ryuji นี่หลังๆไม่ค่อยแสดงในญี่ปุ่นแล้ว ก็มาเจอแถวนี้

เห็นไกลๆเป็นขาวเทาดำ จริงๆเป็นตัวเลข


แวะเข้าsohoไป แถวนี้ร้านแผ่นเสียงเยอะ วันนี้เป็นวันrecord store dayพอดี คนที่เมาๆกันอยู่แล้ว คราวนี้มาจัดปาร์ตี้ดีเจกันหน้าร้านเลย ยังกะสงกรานต์แต่ไม่เปียก


ร้าน gosh!ขายคอมิคและกราฟฟิกโนเวล มีทุกเล่ม ไม่ได้ตั้งใจดูมากยังเสียเวลาอยู่นาน ไปมาหลายที่ ร้านนี้เจ๋งสุดละสำหรับนักวาด


กลับบ้านลองกินอาหารเลบานอนเฟิร์สไทม์เพราะอยากกินปลา อร่อยดีแฮะ

ขาเดี้ยง จบกัน

เอ็นร้อยหวายอักเสบมั้ง เป็นเหมือนตอนนิวยอร์ค เดินเยอะไป แต่ก็ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ ตอนเช้าตามยูนไปดูบ้าน sherlock 


คนมาถ่ายรูปกันใหญ่ ด้านหน้าเป็นร้านอาหารเช้า เลยสั่งชุดsherlock กับชุดfull monty มากิน ร้านก็รู้แหละติดรูปนักแสดงไว้เต็มเลย


อร่อยดี ไอ้ดำๆนั่นคืออะไรไม่ได้อ่าน

ใกล้ๆกันคือbritish museum อะ กระเผลกกันไป สุดท้ายเลยนั่งยาวตรงลานfoster เต็มอิ่มไปเลยเดินไม่ได้ เกือบสองชม 


 มารอบนี้ก็ไม่ได้ดูอะไรเหมือนเดิม ตลกดี

พอเริ่มหายดีก็เลยว่าต่อ design museumที่เพิ่งสร้างเสร็จให้จบๆกันไป



มีงานชั่วคราวอยู่ด้านล่างสองงาน เลยเหมาดูหมด ปรากฏว่าผิดหวังพอสมควร แพงและคุณภาพการจัดแย่มาก คือถ้าไม่เก็บตังจะไม่ว่าเลย แถมนี่เราตระเวณเดินดูงานมาทุกวันงี้อีกยิ่งเห็นความแตกต่าง นี่แพงสุดห่วยสุดในทริปละมั้ง กูก็อุตส่าห์ประหยัดเป็นอาทิตย์ อะไรก็ไม่ซื้อ วันนี้รู้สึกใช้เงินเปลืองตังมาก

โดนหลอกด้วยทางเข้านีออน


อีกงานคือโซเวียต เหมือนจะดีแต่ก็แย่


ทั้งสองงานมีหนังสือ ทำดีและถูกกว่าค่าเข้าอีก ไม่รู้จะทำนิทรรศการไปทำไม

ความเซ็งอีกชั้นคือมันมีงานถาวรอยู่ชั้นบนสุด อันนี้ดีและฟรีด้วย สรุปคือ ถ้ามาก็ดูแต่ตึกและงานฟรีนี่ไปเถอะ มีอะไรให้อ่านให้ดูเยอะกว่า จัดงานดีกว่า




หวังว่าพรุ่งนี้ขาจะหาย

เริ่มด้วย barbican center ที่อยากมามานานแล้ว คราวก่อนไม่รู้จัก นึกว่าเป็นแกลอรี่เล็กๆ ที่ไหนได้ ใหญ่กว่ามหาลัย มีหมดทั้งแกลอรี่ โรงหนัง โรงละคร ออเคสตร้า โซนที่พักอาศัย ร้านอาหาร มีแก๊งแม่ๆพาลูกมาเล่นกันเพียบ


แต่ดันโชคดีมีงานสถาปัตยกรรมจากญี่ปุ่นโชว์อยู่ คือก็คงดีแหละ แต่บายดีกว่า ฮ่วย


พบว่าตึกเท่มาก เป็นbrutalistอย่างที่เขาฮิตๆแชร์กัน จนมีทัวร์พาชมตึก นี่ขนาดไม่ได้เข้าไปทำอะไรยังรู้สึกโหโชคดีที่ได้มา




ดูจบไปหาข้าวกินที่ borough market มาคราวก่อนกินอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้ไม่ถูกปากหรือจน แต่มาตลาดนี้เปลี่ยนความคิดได้ ทั้งถูกทั้งอร่อยน่ากินเต็มไปหมด ปัญหาคือกินร้านเดียวก็อิ่มแล้ว ต้องไปซ้ำอีกหลายร้าน


ร้านขายผักยังน่ากิน ตลาดญี่ปุ่นเก๋ๆนี่หลบไปเลย


จบแล้วไม่รู้จะไปไหน ใกล้ๆมีtate modernพอดี จริงๆกะจะเอาไว้วันหลังๆ วันนี้เลยคิดว่าแค่โฉบๆ เข้าไปบ่ายโมง รู้สึกตัวอีกทีออกมาหกโมงเย็น จบ

ไม่ได้มาตั้งนาน เหมือนเดิมแหละ ถ่ายทำไมไม่รู้มุมนี้มากี่ทีก็ถ่าย



มีงานtilmans อยู่พอดี

ที่ใหม่คือตึกส่วนขยาย ก็ตื่นเต้นดี แต่barbicanตอนเช้าดีกว่า ทั้งที่อยากมาดูแต่แรกแท้ๆ




วิวนี้แต่ก่อนอยู่ตึกหน้า 


พบว่าmuseum shopที่นี่ขายของเก่งกว่าปารีสมาก อยากได้ไปหมด ซื้อไม่ได้ถ่ายรูปเอาละกัน


มื้อเย็นคือ fish&chips เหมือนจะอร่อยมั้ง คนก็ว่าร้านนี้เด็ด เออ ก็คงไม่กินแล้ว 55


กลับบ้านมาวันนี้มีข่าวยิงกันที่ปารีส

ออกจากปารีสมาด้วยยูโรสตาร์ รถออกสิบโมงกว่าก็เผื่อชัวร์ๆตั้งสองชม ปรากฏว่าใช้เวลาเยอะกว่าที่คิด คนเยอะมาก รอเช็คอินตรวจวีซ่านานกว่าสนามบินอีก ฉิวเฉียดมาก ดีที่เผื่อเวลาไว้


พอมาถึงก็รู้สึกสะอาดขึ้นสามเท่า กลิ่นเน่าๆในสถานีหายไปแล้ว ขี้หมาก็ไม่มี 555

อากาศดีมากๆ


บ้านอยู่แถวbrixton ของกินเยอะดี เป็นห้องแถวที่ชั้นล่างเป็นร้านอาหารที่ท่าทางคนจะเยอะ มีติดรางวัลโน่นนี่


เปิดกูเกิ้ลมา อ้าว ด้านหลังเป็นโรงเรียนที่zahaมาทำไว้ ลองเดินไปดู แน่ล่ะว่าเข้าไม่ได้ แต่เทียบกับตึกที่ไปดูที่antwerpก็จืดไปเลย จริงๆตึกนี้มันคงเป็นต้นทางของหลายๆงานน่ะแหละ


ไม่ได้วางแผนอะไรเลยเข้าเมืองไป Tateดู hockneyเลย ปรากฎว่าต้องจองเป็นรอบๆ จะจองล่วงหน้าก็ต้องเผื่ออาทิตย์นึงอะไรงี้ โชคดีที่มาดูลาดเลาไว้ก่อน ก็เลยดูงานอื่นแล้วเผ่น ที่นี่มีรูปของคนอื่นๆอีกเพียบ แต่ไปลูฟว์มาเเล้ว เทียบเวลามันก็เดินแป๊บเดียว

ที่เหวอคือโซนสมุดsketchของturner เป็นร้อยปีแล้วยังใหม่อยู่เลย 



เข้าเมืองไปทราฟังก้า กินข้าวเเล้วก็กลับบ้านเพราะหนาว มาลอนดอนนี่เหมือนมาเยือนถิ่นเก่า คุ้นๆไปหมด เลยไม่ได้วางแผนอะไรเลย ค่อยคิดเอาพรุ่งนี้ ที่รู้สึกว่าต่างไปคือตึกใหญ่ๆรูปร่างประหลาดๆผุดมาเต็มไปหมด ปั้นจั่นงี้เต็มเมือง


ของกินถูกๆโง่ๆเยอะหลากหลายกว่าปารีส very good จริงๆ

เขียนมาถึงจุดที่ต้องย้อนกลับไปอ่านว่านี่มันวันไหนแล้ววะ 

วันนี้วันสุดท้ายแล้วก็เลยว่าจะเก็บตกในเมือง เดินทางน้อยๆ ตอนเช้าไปสะพาน ber hakeim ที่เป็นโลเกชั่นinceptionและแมรี่ที่จริงๆก็ไม่รู้หรอกว่ามันถ่ายตรงไหน เต๋อทักมาเลยไปถูก 


ของแถมคือหอไอเฟล เพิ่งจะมาเอาวันจะกลับแล้ว เข้าใจเลยว่าทำไมมีคนโดนล้วงกระเป๋าบ่อยๆ มันต้องเงยหน้าสนใจวิว แถมคนก็เยอะ เลยรีบๆเดินผ่านไป แต่ก็ได้เห็นตรงฐานมันซะทีว่าเป็นยังไง


มีป้ายแปะเป็นผู้สมัครเจ้าภาพโอลิมปิกต่อจากโตเกียวด้วย ดูซิจะได้ไหม


เสร็จแล้วก็เข้าเมืองสำรวจโลก เจออีกโลเกชั่นของ inception ร้านuniqloของ wonderwall ออฟฟิศ(?)ของ renzo piano


ลุยร้านหนังสือชื่อดังแถวบ้าน ดีว่าอยู่ใกล้ๆกัน นอกจากOfr.ก็มี Yvon Lambert Gallery ที่ดีมาก แต่ก็ได้มาเล่มเดียว ลองเปิดเวบดู ตอนนี้ร้านไปเปิดบู้ทที่ซึทาย่าไดกันยาม่า ฮ่วย


มื้อสุดท้ายอัดเต็มทั้งเสต็กฟัวกราสลัด สองคน50กว่ายูโร เออ โตเกียวมันแพงจริงๆ มานี่เลยถูกเลย 

วันนี้ไม่ใช่ปารีสอีกแล้ว แต่เป็นเมืองlens เพื่อไปlouvre lens มิวเซียมใหม่ที่SANAAไปทำไว้

น้่งรถไฟไปสองชม ต่อรถบัสอีกแป้บนึงก็ถึง

อันนี้ถ่ายตอนขากลับจริงๆไปถึงก็ครึ้มๆ ฝนจะตกไม่ตกไปครึ่งวัน แต่มันต่างจังหวัดมากฟ้าโล่งเลย


พอถึงที่ก็เข่าทรุด กำแพงสีเงินและห้องกระจกบนเนิน ถ่ายรูปแบบพาโนรามายังเก็บไม่หมด เดินวนถ่ายอยู่นาน





เจอแมวด้วย 

เข้าไปด้านในก็คล้ายๆคานาซาว่าแต่แกรนด์สเกลกว่ามาก 



ในห้องหลัก ที่นี่วางงานแบบรวมทุกอารยธรรมไว้ในห้องเดียว แต่เรียงตามเวลา

ที่ผนังก็จะมีเส้นปีกำหนดไว้ ยิ่งเดินลึกยิ่งใหม่ ง่ายๆแต่สวยงาม คุ้มที่มา


ออกมาก็แดดออกฟ้าใสแล้ว ยิ่งสวย


กลับมาเดินเล่นต่อในเมือง วันนี้ร้านปิดซะเยอะ สงสัยหยุดอีสเตอร์กัน ก็ถือว่าคิดถูกที่หนีออกนอกเมือง

วันนี้ออกนอกเมืองนอกประเทศไปเบลเยี่ยมโดยไม่รู้อะไรเลย ไปตายเอาดาบหน้ามากๆเห็นว่าไปง่ายที่เที่ยวอยู่ติดกันอะไรงี้ ค้นดูว่ามันมีอะไรมากกว่าวัฟเฟิลก็เจอว่ามีตึกของzaha hadid อยู่ที่เมืองantwerp โอเค ไปไอ้นี่แหละ

ออกจากปารีสแต่เช้า ก็ไม่ได้ตรวจวีซ่าอะไร ดูแต่ตั๋ว เข้าไปถึงก็งงเลย แต่ป้ายสวยกว่าปารีส


แต่อ่านมาว่าเมืองบรัสเซลมันเล็กๆ เดินๆเอาก็เจอหมด ก็เจอจริงๆ ลานทองเจ็ดสี ดีที่มันอยู่รวมกัน จบงานไว แล้วก็เดินหาของกินต่อ

พบว่ามีแต่วัฟเฟิลเเละชอคโกแลตซึ่งอร่อยจริง ร้านสวยด้วย


เห็นโปสเตอร์ว่าหอศิลป์BOZARในเมืองอยู่ใกล้ๆเลยเดินไปดูdesignเฉยๆ ไม่มีเวลาเข้าแถมดูงานติดๆกันทุกวันมันจะเหนื่อยเกิน

พบว่ามันเจ๋งมากเลย ใช้ฟอนต์ที่ชาวบ้านเขาไม่ใช้กันได้เท่มาก เห็นทีเดียวก็จำได้แน่นอน


ระหว่างทางเดินไปก็ได้สำรวจเวิ้งวัฒนธรรมแถวนั้น คงเหมือนอุเอโนะที่เอาอะไรประมาณนี้มารวมๆกันไว้ มีมิวเซียมของmagrid มีหอสมุด มิวเซียมเครื่องดนตรีต่างๆนาๆ เมืองมันคนไม่เยอะ เดินสบาย สะอาดกว่าปารีส(นิดหน่อย)


เข้าหอศิลปมา มีความไม่เนี้ยบอยู่ แต่ดูสนุกดี น่าสำรวจ ที่แน่ๆดีไซน์ป้ายและidentityเท่มาก ช่วยให้ทุกอย่างดูดีขึ้น


เสร็จแล้วก็เดินทางไปantwerp เมืองชื่อเท่ๆ  จะได้เห็นตามคอลัมน์ดีไซน์ แต่จริงๆมันมีอะไรบ้างนะ นั่งรถไปลงปุ๊บ เช็ดเข้ ร้างยิ่งกว่าปทุมธานี
มีแต่รถวิ่งแต่ไม่มีคนเลย ไม่มีร้านค้าใดๆ เป็นโกดังที่ไม่มีคนทำงาน ปั๊มร้าง

สถานีก็ไม่มีคนเฝ้า จากสถานีจะไปยังไงก็ไม่รู้ ดีที่ตึกมันใหญ่มาก ก็เดินขึ้นสะพานทางด่วนกันไป หนาวก็หนาว เมืองท่าลมแรง



ระหว่างทางให้ความรู้สึกเหมือนทุกคนบนโลกอพยพไปดาวอื่นหมดแล้ว ไอ้ลำนี้น่ะลำสุดท้าย เพราะมันประหลาดเหลือเกิน เป็นก้อนไฮเทคในที่โล่งมากๆ คนก็ไม่มี






ตึกมันพีคจริงๆ นี่ดูรูปตอนนี้ยังเหวอว่าถ่ายเองมาได้จริงๆเหรอเนี่ย สร้างได้ยังไง


ถ่ายไปสองล้านรูปก็เดินทางกลับ ขากลับก็เหมือนถูกทิ้งไว้ในโลก จะไปในเมืองต่อยังไงวะ ดีที่มีลุงผู้โดยสารคนนึงให้ถาม ลุงบอกรางนี้แหละ นี่ก็เพิ่งเคยมาสถานีนี้ครั้งแรกเหมือนกัน อ้าวแล้วลุงรู้ได้ไง ป้ายอะไรก็ไม่มี

สุดท้ายก็กลับมาเดินกินๆๆๆ เมืองนี้ดีอะไรก็อร่อย ขนมปังเทพสุดๆ อาหารทะเล เนื้อ มันทอด ชอคโกแลต


กินจนบ้าไปเลย หมดวันกลับปารีสแบบอิ่มจะอ้วก

อ้อ มันมีเด็กฉี่เป็นของดังอยู่สินะ วันนี้มีแต่งตัวด้วย ขำๆดี

เช้ามาพุ่งไปตลาดนัดที่ใหญ่สุดในยุโรปอะไรเทือกนั้น กะว่าวินเทจเก๋ๆวันเสาร์แน่นอน ไปถึง สัด จตุจักร


จริงๆมันก็ดีแหละ แต่ไม่ได้จะซื้ออะไร เเล้ววันนี้ฝนตกด้วย เฉอะแฉะ เลยชิ่งโลด

ไปfoundation louis vuitton อีกตึกของgehryที่อยากไปมานาน 

ที่นี่สร้างในสวนสาธารณะนอกเมืองหน่อย ตอนแรกก็ตกใจว่าทำไมมันโป้งชึ่งจัง ไม่เหมือนที่เคยเห็น ลูกค้าสั่งแก้งานเรอะ เข้าไปเห็น อ่อ ไม่ใช่ พอดีเป็นศิลปินที่เอาสีมาติดกระจก ก็ติดกันไปทั้งตึก เสียดายเหมือนกันว่าไม่ได้เห็นสภาพขาวๆ แต่ก็จำง่ายดีว่าได้มาดูช่วงนี้ งานอื่นพอดีช่วงนี้เตรียมจัดงานอยู่เลยไม่ได้ดูแกลลอรี่ย่อยๆ แต่มีolafurให้ดูอันนึงก็ยังดี ซึ่งก็คุ้มมาก ดูอันนี้อันเดียวก็ได้ ยอม เป็นkaleidoscope ขนาดยักษ์ด้านล่างตึก 



 

คือมันซับซ้อนจนงง จริงๆถ่ายรูปไว้อีกเยอะ เดี๋ยวว่างๆเขียนแยกไปดีกว่า

ต่อด้วยตลาดนัดอีกที่ อันนี้เป็นแหล่งหนังสือเก่า ปกสวยๆทั้งนั้น 98%เป็นภาษาฝรั่งเศส เลยรอดมาได้ไม่เสียตัง แต่ชอบมาก มาอีกก็ไปอีกได้




ปิดวันด้วยปอมปิดู มิวเซียมสุดท้ายในโควต้าartpass 4วัน ได้เข้ามาซะที 

คอลเลคชั่นที่นี่เป็น modern artเลย ตัดกับงานที่ดูมาตลอดสี่วัน

ก่อนเข้าก็เจิมอาหารหน้าลานกว้างกันก่อน


เซตเบอร์เกอร์11ยูโร ก็พอๆกับที่โตเกียวแหละ


งานไม่เยอะ เทียบกับมิวเซียมอื่นๆ ซึ่งดีแล้ว มันเดินไม่ไหวแล้ว 



ปิดไปอีกงาน

โอย เหนื่อย จบ

ไม่สิ หลักๆวันนี้คือชดใช้กรรม ตอนเช้าไปแวร์ซาย ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่มันต้องไปน่ะ พอไปถึงก็ได้บ่นเหมือนคนอื่นๆ คือคนเยอะ ต่อแถวไปแป๊บนึง เลิก คือถ้าข้างในมีงานใหม่ๆอย่างตอนมุราคามิก็ว่าไปอย่าง วัดวังฝรั่งนี่คนใจหยาบเราแยกออกที่ไหน เลยออกไปเดินสวน จ่ายตังเพิ่มจากartpassอีก อะตามสบาย 

ไม่ได้เข้าวัง เจอไรก็ถ่ายมา ตัวหนังสือตรงห้องขายตั๋วนี่ไม่ธรรมดา ไม่รู้ใครทำ

เดินสวนรอบนึง ก็เหนื่อยดี เคยมาตอนเด็กๆก็จำได้ลางๆ


หมดไปครึ่งวันเพื่อจะได้นึกออกเวลาดูหนังหลังจากนี้ กลับไปซ้ำลูฟว์อีกรอบคราวนี้กะว่าจะเก็บให้หมด

ก็พบว่าที่เหลือประมาณวัตถุโบราณมันก็เยอะมาก ซึ่งภาพเขียนศาสนาต่างๆ ถ้าไม่ใช่รูปฮิตๆมันก็เหมือนกันหมดอีกน่ะแหละเลยอนุมานได้ว่าวนดูหมดแล้ว สองรอบ อยู่ถึงสองทุ่ม เคลียร์บอส 



ที่ตื่นเต้นวันนี้คืองานPaniniคนนี้ เดอะอินเซปชั่น




ตอนนั่งพักอยู่ก็มีข่าวtrailer starwarsภาคใหม่ออก ธันวาคมเจอกัน

เฮือกสุดท้ายลากสังขารไปโลเกชั่น midnight in paris ได้ เห็นแบบนี้อีกฝั่งเป็นบาร์ คนเพียบ แต่ไม่มีใครสนใจ ก็ถือว่าติ่งลุงอัลเลนมาได้สองเมืองแล้ว

เริ่มหมดแรง นี่เดินสองวันห้าหมื่นก้าวเข้าไปละ คนอื่นอาจจะธรรมดา แต่ปกติเดินแค่จากโต๊ะทำงานไปตู้เย็น

เช้านี้ตื่นมาก็ไปหาตลาดกินไรตอนเช้า ไปเช้าไป ร้านไม่เปิด ก็เลยกินอย่างที่เขากินๆกันคือร้านขนมปังกาแฟแก้วนึง

เจอร้านหนังสือที่เล็งไว้ แต่ก็ยังไม่เปิด เดี๋ยวกลับมาใหม่ ปารีสก็เหมือนโตเกียว ตื่นเช้าไปก็เท่านั้น ร้านไม่เปิด


เมื่อวานไปลูฟ วันนี้เลยต่อด้วยd’orseyเลย คนเยอะแต่ไหลๆ 

เข้าไปก็มึนเลย เพราะมันเต็มไปด้วยมาสเตอร์พีซ รู้ว่าเยอะแต่ไม่คิดว่าจะอัดขนาดนี้ ปกติงานเด่นๆมันจะมีพื้นที่ให้หายใจ นี่วางติดกันรวดสิบอัน สะใจ
เข้ามาก็คิดถึงที่โยโกฮาม่าเหมือนกันนะแต่ใหญ่กว่าหลายเท่า


 

เก้าอี้ที่นี่ตั้งใจใช้the Water Block ของ Tokujin Yoshioka มีป้ายชื่อเสร็จสรรพ


นอกจากภาพเขียนก็มีงานปั้น งานผังเมือง ตึกต่างๆ อย่างโมเดลโอเปร่านี่ก็ทำให้เห็นภาพว่ามันอลังจริงๆ สมแล้วที่มีผีซ่อนอยู่ได้

แต่ที่เด่นคือภาพเขียนนั่นแหละ จบที่นี่แล้ววันนี้ก็ไม่สามารถดูอะไรได้อีกต่อไป คือถ้ามีหนังสือพวกหนึ่งร้อยภาพเขียนที่ต้องดูก่อนตาย มาที่เดียวนี่ออกมามึงก็ตายไปได้เลย คุ้มค่าตั๋ว (artpass)มาก

ออกมาชมเมือง เริ่มเจอร้านหนังสือสวยๆแบบที่เขาลงpinterestกันนั่นแหละ



มันก็เป็นภาษาฝรั่งเศสซะส่วนใหญ่ เหมือนเดินจิมโบโจ คือสวยดี แต่ซื้อไม่ได้

เลยเดินไปร้านหนังสือดังตามรอย before sunset จริงๆหนังก็ลืมไปแล้ว แต่ถ้ามันมีร้านหนังสือดังๆก็อยากไปดูแหละ

ระหว่างทางเจอร้านที่อยู่ในหนัง midnight in paris ซะอีก ตอนแรกจำไม่ได้ ที่ถ่ายเพราะมันสวยเด้งร้านเดียวในซอย


เดินเลียบแม่น้ำไปก็มาถึงร้าน Shakespeare and Company โอ คนเยอะมากมายทุกประเทศ ทัวร์ฮิปสเตอร์ลง


ข้างในถ่ายรูปไม่ได้ ถึงถ่ายได้ก็คงมีแต่คนแน่นไปหมด แต่หนังสือก็ดีจริงๆแหละ ภาษาอังกฤษด้วย ที่สำคัญปกสวยเหมือนเลือกมา เป็นร้านบุ้คโมบี้แห่งปารีส

พบว่าฝั่งตรงข้ามมีนอตเตรอดาม ไม่ได้ตั้งใจจะเจอ ก็เสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไป มันเย็นแล้วพอดีมีพิธีบางอย่างด้วย เสียงออแกนเหมือนเกมไฟนอลแฟนตาซีภาคหก เป็นความขลังที่ล้อมรอบด้วยทัวร์จีน วนๆซักพักก็กลับ หมดพลัง จริงๆย่านแถวนั้นเดินสนุกดี เหมือนข้าวสาร


หมวดหมู่

คลังเก็บ

Blog Stats

  • 299,437 hits