เริ่มหมดแรง นี่เดินสองวันห้าหมื่นก้าวเข้าไปละ คนอื่นอาจจะธรรมดา แต่ปกติเดินแค่จากโต๊ะทำงานไปตู้เย็น  

เช้านี้ตื่นมาก็ไปหาตลาดกินไรตอนเช้า ไปเช้าไป ร้านไม่เปิด ก็เลยกินอย่างที่เขากินๆกันคือร้านขนมปังกาแฟแก้วนึง 

เจอร้านหนังสือที่เล็งไว้ แต่ก็ยังไม่เปิด เดี๋ยวกลับมาใหม่


เมื่อวานไปลูฟ วันนี้เลยต่อด้วยd’orseyเลย คนเยอะแต่ไหลๆ 

เข้าไปก็มึนเลย เพราะมันเต็มไปด้วยมาสเตอร์พีซ รู้ว่าเยอะแต่ไม่คิดว่าจะอัดขนาดนี้ ปกติงานเด่นๆมันจะมีพื้นที่ให้หายใจ นี่วางติดกันรวดสิบอัน สะใจ
เข้ามาก็คิดถึงที่โยโกฮาม่าเหมือนกันนะแต่ใหญ่กว่าหลายเท่า



นอกจากภาพเขียนก็มีงานปั้น งานผังเมือง ตึกต่างๆ อย่างโมเดลโอเปร่านี่ก็ทำให้เห็นภาพว่ามันอลังจริงๆ สมแล้วที่มีผีซ่อนอยู่ได้

แต่ที่เด่นคือภาพเขียนนั่นแหละ จบที่นี่แล้ววันนี้ก็ไม่สามารถดูอะไรได้อีกต่อไป คือถ้ามีหนังสือพวกหนึ่งร้อยภาพเขียนที่ต้องดูก่อนตาย มาที่เดียวนี่ออกมามึงก็ตายไปได้เลย คุ้มค่าตั๋ว (artpass)มาก

ออกมาชมเมือง เริ่มเจอร้านหนังสือสวยๆแบบที่เขาลงpinterestกันนั่นแหละ



มันก็เป็นภาษาฝรั่งเศสซะส่วนใหญ่ เหมือนเดินจิมโบโจ คือสวยดี แต่ซื้อไม่ได้

เลยเดินไปร้านหนังสือดังตามรอย before sunset จริงๆหนังก็ลืมไปแล้ว แต่ถ้ามันมีร้านหนังสือดังๆก็อยากไปดูแหละ

ระหว่างทางเจอร้านที่อยู่ในหนัง midnight in paris ซะอีก ตอนแรกจำไม่ได้ ที่ถ่ายเพราะมันสวยเด้งร้านเดียวในซอย


เดินเลียบแม่น้ำไปก็มาถึงร้าน Shakespeare and Company โอ คนเยอะมากมายทุกประเทศ ทัวร์ฮิปสเตอร์ลง


ข้างในถ่ายรูปไม่ได้ ถึงถ่ายได้ก็คงมีแต่คนแน่นไปหมด แต่หนังสือก็ดีจริงๆแหละ ภาษาอังกฤษด้วย ที่สำคัญปกสวยเหมือนเลือกมา เป็นร้านบุ้คโมบี้แห่งปารีส

พบว่าฝั่งตรงข้ามมีนอตเตรอดาม ไม่ได้ตั้งใจจะเจอ ก็เสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไป มันเย็นแล้วพอดีมีพิธีบางอย่างด้วย เสียงออแกนเหมือนเกมไฟนอลแฟนตาซีภาคหก เป็นความขลังที่ล้อมรอบด้วยทัวร์จีน วนๆซักพักก็กลับ หมดพลัง จริงๆย่านแถวนั้นเดินสนุกดี เหมือนข้าวสาร 


Advertisements