ตื่นมานัดน้องคนรู้จักไปหาไรกินกัน (ความจริงคือช่วยพาไปหาอะไรดีๆกินหน่อย ถ้าไม่งั้นจะแดกแต่shake shackจริงๆนะ)
น้องบอกมาเลยพี่ เจอกันที่ Chelsea Market

Chelsea Marketเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่ลงไกด์บุคทุกเล่ม
มันคือตึกเก่าที่เอามาทำให้เป็นfoodcenter
เห็นในเวบก็นึกว่าจะดลาดกว่านี้ ที่ไหนได้มันคือTsutaya ที่มีแต่ของกินนี่เอง

สะอาดสะอ้านแบ่งเป็นโซน มีทั้งอิตาเลียน เมกซิกัน ขนมปัง เค้ก อาหารทะเล
โดยเฉพาะอาหารทะเลนี่น่าจะดังสุด ร้านชื่อ The Lobster Place เห็นมีแต่คนญี่ปุ่นมากิน
ซึ่งเราคิดว่าเก็บไว้หลังๆละกัน ยังเช้าอยู่ (ปรากฎว่าสุดท้ายก็ไม่ได้กิน ซื้อหนังสือจนตังหมด)
คือถ้านึกอะไรไม่ออกมากินข้าวที่นี่ทุกวันแบบไม่ซ้ำยังได้

ฝั่งตรงข้ามChelsea Marketคือตึกgoogle ใหญ่สุดๆ กลางเมืองเลย

เจอน้องแล้วน้องบอกไม่ได้กินที่นี่ค่ะเดินไปอีก อ้าว เขียนแนะนำซะตั้งนาน
เป็นbrunchเก๋ๆ ซึ่งก็อร่อยนะ แต่คุยกันจนจำไม่ได้ว่ามันพิเศษยังไง
เอาเป็นว่าอิ่มท้อง เดินๆไปตามตรอกแถวแมนฮัตตันครั้งแรก ก็เริ่มเห็นภาพเมืองชัดขึ้น ตึกมันจะเก่าๆอยู่เหมือนกัน
มีแต่Graffiti พี่ก็ขยันกันนะ เขียนได้หมดทุกซอยทุกตึก

เอาล่ะ เข้าสู่ความartกันอีกรอบ มันคือตึกnew museumแถวๆBowery
คืองานข้างในน่ะช่างมัน ยังไงเราก็ต้องมาดูตึกSANAAตามประสาติ่ง
พบว่ามันขาววิ้งคอนทราสกับบ้านเมืองแถวนี้เหมือนกันนะ
เพิ่งเคยเห็นหอศิลปที่ติดถนนใหญ่แบบโล่งๆแบบนี้ spaceเหมือนธนาคารในญี่ปุ่น


จ่ายเงินขึ้นไปก็ดูงานไปดูวิวไป ตอนที่ไปดูเป็นงานThe New Museum Triennialพอดี
ฟังดูเหมือนจะดี Triennial เชียวนะ แต่ส่วนใหญ่จะหลอนๆ ไม่ได้ประทับใจอะไร ไม่ได้อ่านด้วยแหละ
(ซึ่งพอใครซักคนในนี้ดังขึ้นมา เราก็จะรู้สึกเปลี่ยนไป ไปตามหาข้อมูลอ่าน ศิลปะก็แบบนี้แล)

งานที่ชอบสุดในตึกนี้น่าจะเป็นของขายในmuseum shopอันนี้

จากnew museum จริงๆก็เดินไปโน่นมานี่ได้หลายทิศทาง ทั้งchina town ที่โครตจะจีน
นึกว่าเดินอยู่ฮ่องกงที่มีนักท่องเที่ยวฝรั่งเยอะแยะ เดินไปอีกก็เป็น little italy ที่อยู่ติดกัน
จากหนังหว่องก็กลายเป็นgodfatherเลย คือเดินทะลุๆๆไปนี่เหมือนเปลี่ยนฉากในละครเวที
ชอบมาก ทั้งกลิ่น สี ตึก ภาษาล้งเล้งของคนแม่งเปลี่ยนปุบปับ สนุกดี

ไม่ไกลจากnew museum มีงานของbanksyอยู่อันนึง
ถ้าดูตามเนตจะเห็นลายแทงทั่วนิวยอร์ค
ตลกดีที่พอเราไปเล็งๆอยู่ว่ามันเส้นไหน ก็มีลุงป้าฝรั่งถือโพยมาเหมือนกัน
พอสบตาก็ถามไป banksy? แล้วก็ได้เจอความจริงเหมือนกันคือโดนบอมทับจนไม่เหลือแล้วจ้า
แต่ก็ตลกดีที่เจอคนตั้งใจมาหาอะไรอย่างนี้เหมือนกัน แก่แล้วซะอีก

จำไม่ได้ว่ามาได้ยังไงอีกแล้วแต่เราก็มาโผล่ที่ตึกofficeของghostbustersแถวๆtribeca
ตอนนี้ถูกใช้เป็นสถานีดับเพลิง มีโลโก้เขียนอยู่ที่พื้นด้วย จบ
คือเขียนแค่นี้แต่จริงๆไปซึ้งเดินไปเดินมาส่องอยู่แถวนั้นนานมาก
จนพนักงานที่ออกมาคุยกันด้านหน้านี่คงจะสงสัยแล้วว่าไอ้โอตากุสองคนนี้มันมาจากยุคไหน
คนอื่นเขามาถ่ายๆแป๊บเดียวเขาก็กลับกันแล้ว


มองไปด้านหลังก็เห็นตึกของ Herzog & de Meuron กำลังสร้างอยู่
จะว่าไปมานี่ก็เห็นตึกโน่นนี่ตลอดเวลา บางทีก็เห็นไกลๆจากซอกตึก
เพราะมันมีแต่ตึกสูงๆบังมุมกันไปมา

อย่างอันนี้เห็นลิบๆ มาระลึกดู นี่มันตึกแรกของ gehryที่เคยเห็นจริงๆกับตาเลยนี่หว่า
แต่ความตื่นเต้นมันใช้ไปบ่อยตอนดูนิทรรศการที่โตเกียวไปแล้ว พอเจอของจริง
เลยเฉยๆ เป็นงั้นไป

มีอีก บันทึกไว้ก่อนมันจะเสร็จ อันนี้ของ ando ยังไม่มีแม้แต่เสา

อะพอ กลับมาหาของกินแถวBowery
Lombardi’s Pizza ข้อมูลง่ายๆคือมันเป็นร้านพิซซ่าร้านแรกในอเมริกา
พอเป็นแบบนี้มันก็มีสองอย่างคืออร่อยคลาสสิคจริงกับร้านเชือดนักท่องเที่ยว
แต่ว่ามากรุงเทพแล้วก็ต้องลองไปกินผัดไทยประตูผีก่อนจะเทียบกับร้านอื่นใช่ไหม

สั่งแบบเบสิคมา

สรุปว่า อร่อยดีไม่โดนหลอก แต่ก็คิดว่าอาจจะมีอร่อยกว่านี้ ต้องหาต่อไป
แต่ว่าฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากกันเท่าไหร่ทางเดินไปสถานี spring st.นั้นมีร้านคุกกี้ที่โครตอร่อยอยู่
ร้านเล็กนิดเดียวมีคุกกี้วางเป็นชั้นๆเป็นดิสเพลหน้าร้าน อันนี้อร่อยจริงๆจนต้องกลับไปซื้ออีกรอบ
หวังว่าถ้าได้ไปอีกทีจะยังไม่เจ๊งไป

ก่อนกลับที่พักลองแวะไปดูโลเกชั่นหนังเรื่อง begin again
เป็นฉากที่น้องคีร่ามาเคลียร์กับอดัมเลอวินในร้าน จริงๆก็ไม่อะไรกับหนังมาก
แต่เห็นว่านีออนหน้าร้านมันสวยดี คนก็รีวิวว่าอาหารโอเค สรุปมาตอนอิ่ม ถ่ายรูปเสร็จก็กลับบ้านดีกว่า

Advertisements