ตื่นมาอย่างงงๆ อา เราอยู่ในบรุคลินหรือนี่ ไม่มีอาการjetlagใดๆแถมตื่นเช้าได้ ดีมาก
ไม่ขึ้นรถละ เดินดีกว่า ออกจากบ้านก็เดินแบบผ่าเมืองไปเลย



อะไรก็สวย

อากาศดี สกปรกนิดหน่อยเลเวลเท่ากรุงเทพชานเมือง
ตอนเช้าๆไม่ค่อยมีคนมาทำอะไร เจอร้านโดนัทดูดี
เออ นี่มันร้านที่เราว่าจะกินอยู่แลัวนี่นา

จัดไปสองแบบ เพิ่งดูlittle forestมา ลองไส้nutellaไปนี่คือร้องไห้
คิดว่าขนมที่ญี่ปุ่นนี่อร่อยแล้วนะ แต่แพ้ออริจินัลหลุดลุ่ยแฮะ โดนัทก็ต้องที่นี่สิ
ร้าน Dough นี่คนนิวยอร์คก็คงจะรู้จักอยู่แล้วเพราะว่ามันดังมาก
หลังจากนี้ไปก็เจอแทบทุกวัน ตามร้านกาแฟหลายๆที่ถึงกับมีป้ายบอกว่า
ร้านเรามีโดนัทที่ส่งจากร้านDoughครับ ไม่ต้องมาถึงนี่ก็มีกินทั่วนิวยอร์ค

ลูกใหญ่ฟูนุ่ม เข้าใจแล้วว่าทำไมอ้วนกัน

เดินมาเป้าหมายแรกคือFort Greene Flea
เขาว่าเก๋นักนะมึง ไหนดูซิ เออว่ะ ญี่ปุ่นลอกที่นี่มานี่หว่า
รู้สึกว่าคนมาซื้อของไปขายโตเกียวคงเยอะมาก ราคาถูกกว่าเยอะด้วย



แต่ก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ได้มาแต่การ์ดstar wars รุ่นโบราณ สองพันเยน

มาคิดดูตอนนี้ มันฟันเละเลยนี่หว่า แต่ก็เอาซะหน่อยที่ระลึก

หิวแล้ว แม้ว่าที่Fort Greeneจะมีอาหารน่ากินอยู่นิดๆหน่อยๆ แต่ยูนบอกว่าช้าก่อนอย่าเพิ่งกิน
เพราะว่าที่ต่อไป Smorgasburg Flea Food Market นั้นรวมเอาอาหารเด็ดๆทั้งเมืองมาลงที่นี่
พอไปถึงก็ตาลาย เจ๋งจริงๆ น่ากินไปหมด อากาศก็ดีริมน้ำ มีที่ชมวิว ชีวิตโครตดี
ถ้าไปอยู่คงไปทุกอาทิตย์ พวกร้านในไกด์บุคดังๆก็มาออกร้านที่นี่กันเพียบ มาที่เดียวมีครบ
อาหารญี่ปุ่นก็เยอะ ที่คนต่อคิวเยอะสุดคงเป็นราเมงเบอร์เกอร์ กินโน่นนี่ไปสามสี่ร้าน จุก ดี

หนึ่งในนั้นคือไก่กับวัฟเฟิลราดซอสศรีราชา เห็นที่นี่ร้านอะไรก็ต้องมีศรีราชาวาง

ระหว่างทาง


แถวนั้นก็มีร้านดีๆอยู่เยอะ แต่ก็ไม่ได้เป็นคนช็อปปิ้งอะไรอยู่แล้ว
ร้านที่เข้าไปนานสุดน่าจะเป็น Rough Trade ใหญ่สะใจเป็นโกดัง
ทั้งแผ่นเสียงซีดีหนังสือ สาขาที่เจอมีกระทั่งที่เล่นคอนเสิร์ต เพลินดี
แต่ว่ามันก็จบไปแล้ว ขนาดว่าอยากซื้ออะไรก็ยังไม่ได้ซักอย่าง


อีกร้านคือไอติมชื่อดัง Odd Fellows
อร่อยดีแต่ก็คิดว่าไม่ได้ต่างจากที่โตเกียวมาก
เว้นอย่างนึงคือกินๆอยู่มีพนักงานเอารัมเรซินมาให้ฟรีลูกนึง
เพิ่งเคยกินไอติมที่แรงขนาดนี้ เมาเหล้ากันไปเลย แปลกดี



เห็นป้ายนี้ก็นึกขึ้นมาได้ ปกติร้านพวกนี้ยกมากินเองไม่ต้องทิปก็ได้ จากที่โตเกียวไม่มีการทิปใดๆ
มาที่นี่ก็เลยต้องปรับตัวนิดหน่อย น้องที่รู้จักบอกว่าค่าทิปปกติคือ 15 เปอร์เซนต์ ถ้าบริการดีมากก็20
เราก็ทำตัวดีตามระเบียบนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ทิปเป๊ะๆ15เปอร์เซนต์ตลอดเวลา
มาอ่านอีกทีว่าถ้าจิตแข็งจะน้อยกว่านั้นก็ได้ รอบหน้าจะทำใจก่อนไป

สารภาพว่าจำไม่ได้ว่าทำอะไรต่อ หลังจากเดินWilliamsburgเร็วๆ
ดูในสต็อกรูปถ่ายก็มาโผล่ที่ MOMA PS1แถวQueens
เพราะยังไม่อยากข้ามไปแมนฮัตตัน ดูงานศิลปะเป็นที่แรก ก็อ๊าตๆน่ะ
ชีวิตปลงๆตอนนี้เริ่มจะสนใจของกินมากกว่างานแล้ว


เข้าไปก็มีงานของBjörk’s Stonemilker ในโดมมีคนสวมหัวVRกันอยู่
พอสวมเข้าไปก็จะได้เห็นเจ๊มาเดินร้องเพลงหลอนๆอยู่ในชายหาด แยกร่างอะไรบ้าง
ซึ่งมันก็เจ๋งดี ถ้าเทคโนโลยีมันไปไกลกว่านี้คงน่ากลัว นี่ก็เหมือนเรื่องStrange Daysแล้ว
เพราะก้มหน้าเงยหน้าหันซ้ายหันขวาเห็นโลกนั้นได้หมดเลย

เข้าตึกไปก็มีงานตามห้องต่างๆ ไม่เยอะ เออ ลืมไป มารู้เอาวันหลังว่าถ้าเข้าMOMAใหญ่ก่อน
เราจะได้ตั๋วเข้าMOMA PS1นี่เลยฟรี ฮ่วย เอา 10เหรียญคืนมา

จำงานอื่นไม่ได้แฮะ แต่ที่จำได้คืองานของjames turrell กะว่าน่าจะพีคสุดในตึกนี้ละ
เคยไปดูงานอื่นๆแล้วชอบ ท้องฟ้านิวยอร์ควันนี้อากาศดีด้วย
ขึ้นไปเจอป้ายนี้ จบ แล้วก็เจออะไรอย่างนี้ตลอดทั้งทริป
ก็ไม่ได้เสียดายอะไรนะ ไม่ง้อเฟ้ยกินโดนัทแทนก็ได้

ชักยาว นี่วันที่สองเอง สุดท้ายก็ไปสถานีชื่อเรียกยาก Hoyt–Schermerhorn
มันคือโลเกชั่นถ่ายมิวสิควิดิโอ BAD ของไมเคิลเเจคสันนี่เอง 80 kidอย่างเราต้องไปเยือนซะ
เล็กกว่าที่คิดเยอะ รู้เลยว่าตอนถ่ายนี่กล้องต้องติดผนังแน่นอน แต่ก็ยังเป็นเสปซแบบในมิวสิควิดีโอ ดื่มด่ำกันไป

เดินแถวนั้นเป็นแหล่งชอปปิ้งที่มีวัยรุ่นผิวดำออกมาเดินเล่นกันเยอะ
นึกว่าจะน่ากลัวแต่ดูๆไปก็ไม่มีอะไร ถึงเดินเป็นแก๊งแต่ก็ดูเหมือนเด็กสยามเกรียนๆ
แก๊งผู้หญิงก็เข้าร้านเสื้อผ้าไซส์ใหญ่ๆอะไรอย่างนั้น แอบส่องๆทุกคนรองเท้าสีเด่นมากๆทุกคน


กินมื้อเย็น เป็นเบอร์เกอร์ที่กินซ้ำตั้งแต่เมื่อวาน
ขอบอกว่าเป็นอาหารกันตายที่ดีที่สุดในนิวยอร์ค โครตอร่อยราคาดี ชนะทุกที่
นึกอะไรไม่ออกก็shake shack นี่แหละครับ คิดว่าต่อให้กินทุกวันก็ยังได้
ขนาดต้องเตือนตัวเองว่าเปลี่ยนบ้าง เอะอะจะshake shackตลอดเวลา
ได้ข่าวว่าปีหน้าจะมาเปิดโตเกียวแล้ว รอ

หมดวันที่สอง เขียนไปหิวไป