หลังจากแบกกระเป๋าโครตหนัก(เกินไปเจ็ดกิโล) ถึงฮาเนดะ
พอเข้าเช็คอิน น้องพนักงานก็ถามว่า
“ต่ออายุมารึเปล่าคะ”
อะไรนะครับ
“เนี่ยค่ะ พาสปอร์ตมันหมดอายุไปสามวันก่อน ต่ออายุมารึเป่า”

จ๊ากกกก มึนไปเลย ทำไมไม่เช็คก่อนฟะ
เออ จริงด้วยห้าปีแล้วเหรอเนี่ย เพิ่งต่อไปเอง ทำไมมันไวงี้ ยิ่งเดินทางบ่อยด้วย เลยลืมไปเลย
แล้วยังไงครับทำอะไรได้ไหม น้องเขาก็ใจดีอุตส่าห์พาไปหาตม.ด้านในเพื่อบอกว่า
อ๋อ กลับได้ครับ แต่กลับแล้วกลับเลย กลับมาญี่ปุ่นอีกทีวีซ่าต้องขอใหม่นะจ๊ะ โอเค ไม่ไปแล้ว
ก็เลยต้องแบกกระเป๋ากลับมาในวันที่ร้อนที่สุดวันนึงของปี ว่าจะไปกินข้าวเย็นที่สนามบินไม่กงไม่กินมันแล้ว

พอแจ้งข่าวชาวบ้านไปหมดก็เริ่มหาข้อมูลว่าทำยังไงได้มั่ง ในเนตก็ไม่เจอข้อมูลเลย
มีแต่เยอรมัน อเมริกา แต่ก็พอจะอนุมาน เขาเล่ามา(ข้อมูลปากเปล่ามาก)ได้ว่า
พาสปอร์ตมันจะมีใบแทนได้ออกให้โดยสถานทูต แล้ววีซ่าละ แล้วใบre entryล่ะ
เอาเป็นว่าตื่นเช้าไปสถานทูตก่อนละกัน

พอเช้ามาก็มีข้อมูลเพิ่มจากน้องคนนึงในเฟซบุค พี่เป็ดหนูก็โดนเหมือนกันเลย
โอเค แสดงว่าแนวๆนี้ล่ะ ก็ไปสถานทูตก่อนเพื่อทำไอ้ใบนี้
ก็ไปแต่เช้า มีคนมารอนิดหน่อย คิวที่สาม ก็เล่าให้ฟังพาสปอร์ตหมดอายุฮะ
สถานทูตก็ใจดี อ๋อไม่ได้ค่ะ วันเดียวไม่ทันนะคะ….

อึ้งไปแป๊บนึง ไม่ใช่พาสปอร์ตจริงครับ ผมหมายถึงเดี๋ยวผมจะกลับไปทำเล่มใหม่เมืองไทย
อ๋อออ ค่ะๆๆ นึกว่าจะทำเล่มใหม่ที่นี่ มันเรียกว่า certificate of identity ค่ะ เดี๋ยวออกให้ได้เลยค่ะ
รู้สึกเป็นสองสามวินาทีที่นานมาก แต่โล่งเเล้ว แสดงว่าทันสินะ

ก็กรอกข้อมูลไปพวกชื่อที่อยู่ เอาใบไปทำอะไร มีหน้านึงประมาณทำอาชญากรรมอะไร
จะมอบตัวกลับไทยใช่ไหม ไม่ช่ายยย
ที่ฮาคือข้อสุดท้ายจงบอกความรู้สึกที่มีในการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น
เออ ยากเว้ย ก็นั่นแหละเขียนไปแล้วกันนิดๆหน่อยๆ
เอาไปทำอะไรหว่า ถ้าสมมุติคนที่กลับแบบยากแค้นมันคงเขียนยาวเลยนะ มีที่ให้เขียนข้อนี้ยาวมาก 55
อีกอย่างคือกรุณาถ่ายรูปทำพาสปอร์ตไปด้วย ซึ่งตู้ถ่ายรูป อยู่ที่หน้าสถานีเมกุโระที่เพิ่งถ่อมา
เดินกลับไปถ่ายสถานเดียว ไกลโครตตากแดดเหงื่อโชก แล้ววันนี้ตู้ถ่ายรูปแม่งกลายสภาพเป็นตู้ซาวน่า
กว่าจะถ่ายเสร็จก็ตามสไตล์ตู้บ้าบอในญี่ปุ่น มึงจะให้กูเลือกไปไหน ถ่ายๆไปเหอะ ร้อนโว้ย
สุดท้ายได้มาห้ารูป ใช้สำหรับทำใบนี้สามรูป

เออ ขนาดเดินโครตไกลไปกลับมา คิวก็ยังไม่มี
จริงๆถ้าไม่รีบไม่ต้องถ่อไปแต่เช้าแบบแย่งกันเข้าคนแรกอะไรก็ได้
รอบแรกได้คนที่สาม กลับมาถึงได้เบอร์หก คือคิวน้อยมาก นึกว่าจะคนเยอะวุ่นวายเหมือนอะไรแบบนี้ที่อื่น

Image

ก็ได้มันมา ลักษณะเป็นใบสีฟ้าสามพับ บอกว่่าใช้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ทีเดียวรอบเดียว
รับของที่ช่องจ่ายเงิน แต่ว่ามันฟรีละ โออออ ดีใจ ขนาดไม่ได้จ่ายภาษีที่ไทยมาหลายปี
(แต่กลับไปซื้อของต่างๆมันก็รวมไปแล้วนี่นะ)

พอเสร็จน้องในเฟซเขาก็บอกมาอีกว่าแต่พี่ต้องทำไซนิวด้วยนะคะ คือปกติไอ้re entry เนี่ยมันจะออโต้เลย
สมมุติออกไปนอกญี่ปุ่นไม่เกินปีนึง ถ้ามีวีซ่าเนี่ยขากลับก็ไม่ต้องเสียตังทำre entry เดินเข้ามาเลย
แล้วทำไมคราวนี้ต้องทำล่ะ เพราะว่าพาสปอร์ตมึงหมดอายุไงล่ะ ซึ่งน้องเขาทำที่สนามบินได้เลย
แบบเวลาจวนเจียน 15 นาทีก่อนขึ้นเครื่อง เราก็กะจะทำอย่างนั้น กลับไปทำงานที่ออฟฟิศ ไม่รู้อะไรดลใจ
ลองโทรไปถามที่กองตรวจคนเข้าเมืองดู คนญี่ปุ่นก็อยู่ด้วยให้ช่วยคุยน่าจะได้
โทรไปถึง ตอบมาว่าทำที่สนามบินไม่ได้ครับ อ้าว ซวย คือไอ้คนนี้มันอาจจะไม่รู้เรื่อง
เราอาจจะคุยผิด แต่ว่าทำยังไงให้ชัวร์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปสนามบินแป๊กอีกไม่เอาแล้วนะเว้ย
เขาก็บอกว่าไปที่นิวกัง ชินากาว่าเลยละกัน อีกสองชั่วโมงจะปิดทำการ เฮ้อออออ

พอไปถึงคราวนี้ง่ายเลย คุยแป๊บเดียวรู้เรื่อง คงมีแบบนี้มาเยอะ เสียเงินจ้า สามพันเยน
แล้วก็รูปถ่าย 1 รูปด้วย ซึ่งเมื่อเช้าถ่ายมาเหลือพอดี
จะได้มาเป็นเล่มเลย ใช้ได้ครั้งเดียวก็เหอะ เพิ่งเคยเห็นแบบนี้ แต่ก่อนจะเป็นแสตมป์ติดในพาสปอร์ต

Image

หมดหนึ่งวันคุณก็จะได้พาสปอร์ตเล่มเก่าของคุณที่มีวีซ่า,ใบ certificate of identity,แล้วก็ re entry permit to japan
ถือไปสามอันนี้ขึ้นเครื่องไปโลด (คงไม่มีอะไรอีกนะ ชักจะเสียวๆ)

ว่าแต่การตกเครื่องรอบนี้ทำให้ไปร่วมงาน WHAT WE SAW AS GOOD CITIZEN: 10 YEARS OF NOT WORKING ที่TCDCไม่ได้ คืนนี้ก็คงมีเซ็ตอัพงานกัน เสียดายจริง