วันนี้ไปดูงานนิทรรศการชื่อภาษาญี่ปุ่นคือ ขอโทษทีที่เป็นอัจฉริยะ ของ aida makoto
พลังรุนแรงมากจนต้องกลับมาเขียน blog เก็บไว้อ่าน

พูดสั้นๆว่า โหดสัส นี่น่าจะเป็นงานที่ช็อคคนได้โหดพอๆกับ damien hirst เลย
มีป้ายเตือนไว้หน้างานด้วย จำได้ว่าที่เจอป้ายอะไรแบบนี้คราวก่อนก็คือตอนไปดูงาน damien hirst นี่แหละ
งานพวกนี้เคยเห็นมาก่อนแล้วส่วนตัวเลยไม่ได้หนักมาก
แต่ว่าพอมันมาอยู่รวมกันทีเดียวแถมได้อ่านได้ฟังการอธิบายโรคจิตๆ เข้าไปเพิ่ม
เลยไม่อยากคิดแทนคนที่เพิ่งเคยดูหรือว่าเด็กๆที่มาในงานนี้เลยว่าโตขึ้นมาจะเป็นคนยังไง

งานสวยๆ มาเต็มไปหมด เป็นการใช้เทคนิคของภาพเขียนญี่ปุ่นมาเป็นงานเพนต์สมัยใหม่
หาดูได้ตามเนต เช่นภาพนี้

0010_1185078618
ขนาดสี่เมตร เจอทีแรกถึงกับมึน วันนี้ก็ยังมึนอยู่

แต่ที่มึนจริงๆคือไอ้เครื่องปั่นที่เคยโพสไปเมื่อนานมาแล้ว
https://sorry061.wordpress.com/2007/06/03/sunday-ueno/
ได้ฟังที่มาที่ไปแล้ว ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย
เขาบอกว่าสมัยเด็กอยู่ๆก็มีภาพนี้ขี้นมาในหัวตลอดเวลา จนต้องรอจนโตถึงวาดมันออกมาได้
มีคนถามว่าทำไมถึงต้องเป็นเด็กสาวสวยอย่างเดียวล่ะ
“ก็มันน่าจะอร่อยกว่าไม่ใช่เหรอ อีกอย่างนึงมันก็เหมือนพวกน้ำปั่น 100%ไงล่ะ”
โอเคครับ ผมกลัวแล้ว

และงานในตำนานชิ้นนี้

ห้องอื่นๆก็มีงานที่ใช้สื่ออื่นๆอีกมากมาย นอกจากงานเพนต์ทั้งที่ขำและโรคจิต
แต่สิ่งที่เชื่อมกันคือความญี่ปุ่นๆน่ะ งานของคนนี้ดูจะอิงตลาดต่างประเทศ เช่น
-งานโทรศัพท์ไปหาคนไม่รู้จักที่ต่างประเทศ ได้เบอร์จากการสุ่มเอาเบอร์โรงแรมห้าดาวของประเทศต่างๆแล้วมั่วสี่ตัวท้ายเข้าไปใหม่
-เครื่องประท้วงตัวคนเดียว มีไมค์ ลำโพงกับตุ๊กตาเยอะๆอยู่ในรถเข็น พอพูดอะไรใส่ไมค์ มันก็จะสะท้อนออกมาเป็นเสียงขบวนประท้วง มีอะไรอยากประท้วงก็ลากไอ้นี่ก็เดินไปบ่นไป
-แต่งตัวเป็นบินลาเดน นั่งกินเหล้าอยู่ในบ้านคนญี่ปุ่นแล้วบ่นสังคมญี่ปุ่นสมัยใหม่ งานแสดงในอังกฤษ
-ปราสาทขนาดใหญ่ทำจากลัง เพราะไปเห็นคนจรจัดที่ชินจูกุ เลยอยากอัพเกรดให้ไฮโซ
-เครื่องฆ่าตัวตาย เอาไว้แขวนคอตัวเอง เวลาใช้มันจะหลุดออกมาเพราะน้ำหนักตัว แต่ใครจะกล้าวะ 55
-ห้องใหญ่ทั้งพื้นผนังเป็นไส้ๆสีชมพูเป็นเหมือนอวัยวะภายใน เขาบอกว่าทำห้องนี้มาทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้มีอะไรจะบอกเป็นพิเศษ แต่ไหนๆก็มาแล้วขอเชิญนั่งโซฟาที่กลางห้องนะ มีทีวีตั้งอยู่ตัวนึง นั่งได้แป๊บนึงรู้สึกว่าอยู่นานอีกนิดต้องเป็นบ้าแน่ๆ 555 ที่เลวคือในmuseum shop มีสินค้าลายนี้มากมาย เอาไว้สำหรับคนที่ติดใจ

งานการเมือง สงครามเยอะกว่าครึ่งเลย ไม่รู้จะเรียกว่าวิจารณ์สังคมหรือเปล่า
แต่โหด ทั้งเรื่องจักรพรรดิจักรวรรดินิยมในอดีต
มีอันนึงเป็นรูปคนแก่ญี่ปุ่นไปยืนตัดหัวควักไส้คนจากประเทศต่างๆในเอเชีย มีไทยด้วย
จะว่าทื่อๆก็คงใช่แต่ไม่เคยเห็นคนญี่ปุ่นวิจารณ์ตัวเองแบบนี้เท่าไหร่
อีกงานที่อึ้งคือซีรี่ส์ภาพโปสเตอร์เหมือนเด็กประถมเขียนเล่น
มันลากเส้นง่ายๆเป็นเหมือนหน้าต่างห้องนักบิน
นอกหน้าต่างมีเส้นลากเป็นตึกแฝด เขียนข้างบนว่า imagine โอวว สาดด

แล้วยังมีห้อง 18+ ที่หมิ่นเหม่ทุกอย่างในโลก

ความตั้งใจของห้องนี้คือการเข้าไปค้นหาความสวย แม้ความสวยของมันท้าทายจริยธรรมมากแค่ไหน
ยิ่งตอนงานนี้ออกมาช่วงที่มีข่าวโอตากุลักพาเด็กสาวไปฆ่าทรมานด้วยแล้วยิ่งรู้สึกปั่นป่วนมวนท้อง

092-093_dog-snow

แล้วยังมีเส้นแบ่งของคนทำงานศิลปะกับโอตากุอีก งานนี้เขียนลงบนแผ่นเซลล์ที่เอาไว้ทำอนิเมชั่น
มันใหญ่มากขนาดผนังนึงเลย น่ากลัวด้วยสวยด้วย

0010_1185078088

แล้วก็งานอาหารเด็กสาว ชื่อmimi setนี้เป็นชิ้นแรกที่ทำให้ได้รู้จักเขาสมัยมหาลัย เพราะมันลงในหนังสือ studio voice
แกสมมุติโลกอนาคตที่มีการคิดเนื้อชนิดใหม่ อร่อย แถมยังหน้าตาดูดีน่ากิน
mimi ไม่มีความกลัวตายดังนั้นจึงไม่ผิดเรื่องมนุษยธรรม
แถมยังเอาไปทำอาหารได้หลากหลาย ทั้งรีดไข่ออกมากินดิบๆ
เอาไปหัวหมักเหมือนมิโสะ โอย พอ

Aida%20Makoto%20Mimi%20Roll%2001

แต่พอมาคิดดูแล้วทำไมงานพวกนี้อยู่ในห้องนี้ได้แต่งานนอกห้องที่มันโหดๆนั่นใครดูก็ได้ฟะ
(ทางเข้ามาเห็นงานแรกคือเหล่านักเรียนมัธยมฮาราคีรีตัวเองอยู่กับกราฟฟิคสดใสญี่ปุ่นป๊อป)

เหี้ยที่สุดในห้องนั้นคือวิดิโอศิลปินแก้ผ้ายืนปั๊กเป้าใส่ตัวหนังสือภาษาญี่ปุ่นตัวใหญ่ๆที่แปลว่า “เด็กสาว” อยู่บนกำแพง
แม่งอธิบายบอกว่ายืนทำอยู่เป็นชั่วโมง เพราะว่ามันจินตนาการยาก โอเค

ถึงแม้จะเคยดูมาเยอะแล้ว แต่ก็คุ้มดี พันเยน mori art museum
จบข่าวงานศิลปะแห่งโตเกียวประจำเดือนธันวาคม 2012