ในที่สุดก็ได้ดู วงดนตรีที่อยากดูที่สุดวงนึงในชีวิต yellow magic orchestra  หรือ YMO อันเนื่องมาจากมหกรรมคอนเสิร์ต NO NUKES 2012 ที่sakamoto เป็นตัวตั้งตัวตีจัดขึ้นเพื่อต่อต้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ความจริงงานมีสองวันแต่ว่าเลือกเอาไปวันแรก

ที่เจ๋งสุดๆและทำให้คอนเสิร์ตนี้เป็นตำนานคือวงkraftwerkก็มาเล่นให้ด้วย ตอนที่ได้ข่าวคอนเสิร์ตนี้ก็คือมีคนมาประกาศว่า เราได้วงมาเล่นเพิ่มเเล้วนั่นคือkraftwerkครับท่าน แค่นี้ก็รู้สึกว่าไม่ต้องคิดอะไรแล้วมึง ymo และ kraftwerk จะมาเล่นเวทีเดียวกัน คลิกจองทันที ที่ยากกว่านั้นคือต้องจับฉลากรับสิทธิ์ในการซื้อด้วย ซึ่งดันโชคดีได้ไป เสียค่าบัตรพร้อมค่าธรรมเนียมไป 7000 กว่าเยน

วันจริงคือวันเสาร์ ก็ไปถึงตอนเกือบบ่าย เจอวงร็อคแนวโอกินาว่า ได้ไปยืนอยู่ตรงกลางแถวหน้าแทบตลอด ซึ่งบล็อคนั้นเป็นบล็อคที่คนดูคลั่งสุดแล้ว มีเล่นเซิร์ฟไดวิ่งกันตลอดเวลา (ขนาดก่อนเล่นมีป้ายมาเตือนแล้วว่าห้ามเล่น) ก็สนุกดีแต่เหนื่อยโครต คนดูที่มันกระโดดกระแทกกันที่นี่ก็มีเหมือนกันแฮะ ที่ได้ไปอยู่ซะหน้าเพราะว่าไปกับคนรู้จักกับประธาน พี่แกเป็นแฟนวงYMOเหมือนกัน แกไปมันทุกคอนเสิร์ต ย้ำนักหนาว่าต้องไปข้างหน้าๆ ค่อยๆเดินเลาะไปเรื่อยๆรู้สึกตัวอีกทีก็ไปอยู่ซะประมาณแถวที่4ซะงั้น

ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าว่าคอนเสิร์ตญี่ปุ่นนี่มันชัดจังทั้งแสงสีเสียงภาพในจอเหมือนดูbluerayด้วยตาเปล่าอยู่ตลอดเวลา คือควันและแสงมันก็ชัดๆยังไงไม่รู้ ที่แน่ๆคือเสียงสุดยอดมาก การโชว์พลังของลำโพงที่สุดคือวงhifana อัดบึ้มๆยังกะโดนยิงด้วยคลื่นเสียง ตอนกดเอฟเฟคต์ทีนี่เสื้อผ้าสั่นไปหมด

ที่ฮาคือตอนพักออกมาเดินข้างนอกมีงานจับมือของnogizaka46 และการเปิดขายของที่ระลึกของnot yetอยู่ที่ฮอลล์ข้างๆด้วย 555 แบบว่าไปทางไหนดีฟะ วันนี้ชีวิตงดไอดอลไปวันนึงก่อนละกัน

รอจนทุ่มนึงนั่น อยู่ๆคนรอบข้างก็เปลี่ยนหน้าไปเป็นลุงๆหมดเลย ไอ้ที่เซิร์ฟๆกันตะกี๊หายไปไหนหมดวะ มานึกดูตอนที่เป็นดีเจก็มีพวกฮิปฮอปท่าทางน่ากลัวๆมาเต้นๆเหมือนกัน คือไม่ว่าแฟนของวงไหนจะเปลี่ยนหน้ากันมา แต่เรายืนอยู่ตรงนี้ตลอดเลย  ตลกดี ตอนเซ็ตอัพก็แบบมีเสียงฮือฮาตามประสามาเนีย แบบยกกีต้าร์ตัวนึงออกมา คนก็โออออออ ถ่ายรูปกัน เราก็งง ฮ่าฮ่า คงจะแบบเป็นกีตาร์ในตำนานไม่ค่อยเอาออกมาเล่นมั้งเดี๋ยวไปหาอ่านเอาตามเน็ตอีกที

แล้วก็ออกมาจนได้ ปรากฏว่าอยู่ข้างหน้ามากไป คีย์บอร์ดบังหน้าลุงซากาโมโต้ไปเกือบครึ่งนึง ฮ่วย
แต่ไม่เป็นไรเพราะเคยดูแกเล่นเดี่ยวมาแล้ว ประเด็นวันนี้คือการเล่นสามคนต่างหาก ยิ่งกว่านั้นcorneliusยังมาเล่นกีตาร์ให้ด้วย

เพลงเเรกคือ radioactivity ของkraftwerk อะไรจะเหมาะกับคอนเสิร์ตนี้วงนี้เท่าเพลงนี้
ย้อนกลับมาดูอีกทียังขนลุกเลยว่าได้ไปอยู่ในเหตุการณ์นี้มาด้วยนะนี่

แค่นี้ก็รู้สึกว่าคุ้มแล้ว เพลงอื่นๆก็เลือกแบบยุคคลาสสิคมาเล่น คนที่มาดูด้วยกันยังบอกเลยว่าเป็นการเล่นที่คัดเอาแต่เพลงหายากไม่ค่อยเล่นมาเล่น จุใจกันไป แต่ที่พีคสุดสำหรับเราคือเพลงนี้ (ในคลิปเป็นของวันอาทิตย์ แปะไปก่อน ซักพักคงมีวันเสาร์)

จากชอบปกซีดี เจอตัวดีไซเนอร์ ฟังเล่นเดี่ยวมาสองคน (โฮโซโนะเคยไปเล่นกะพี่ตั้ม ครั้งนั้นก็สุดยอดมากๆ) มาวันนี้ได้ไปยืนฟังของจริง โอเค จบไปหนึ่งลิสที่ต้องทำในชีวิตญี่ปุ่น

คือแค่นี้มันก็น่าจะจบแล้ว ปรากฏว่าkraftwerkก็โครตจะดีเลย สมเป็นpioneer เพลงแรกของkraftwerkก็คือradioactivity ลุงแกทันเหตุการณ์ ใส่fukushimaเข้าไปในเนื้อเพลงด้วย ชอบเวที ไลท์ติ้งน้อยมากแค่ไฟสี่ดวง มนุษย์สี่คน แล้วก็โต๊ะคอนโทรลเส้นแสงนั่น (นี่คงเป็นบรรพบุรุษของdaftpunk) มีอังกอร์เพลงนึง เเล้วแกก็ค่อยๆเดินออกไปทีละคน

เขาห้ามถ่าย เอ๊ะ ไอ้นี่ถ่ายมาได้ยังไง 55

สิ่งที่ดีมากๆอีกอย่างนึงคือก่อนที่วงทุกวงจะเล่นจะมีวิดิโอจากเหล่านักวิทยาศาสตร์นักค้นคว้า มาบอกว่าทำไมเราถึงจะต้องเลิกพลังงานนิวเคลียร์ ถ้าไม่ใช้แล้วเราจะทำยังไงต่อไป เป็นเหตุเป็นผลเข้าใจง่ายและเมคเซนส์มากๆ แล้วในคอนเสิร์ตศิลปินทุกคนก็จะพูดคุยกับคนดูตลอด แล้วเรารู้สึกว่าเขาโมโหจากใจกันจริงๆ ไม่ใช่แบบคอนเสิร์ตรักโลกธรรมดา คำว่า NO NUKES นี่มันหนักมาก เมื่อคิดว่าปีที่แล้วพวกเราทุกคนในฮอลล์นี้เจออะไรกันมาโหดจริงๆว่ะ

เมื่อคอนเสิร์ตจบ เขาเปิดอันนี้เป็นอันสุดท้าย ถามคนดูว่าจะใช้ชีวิตยังไง จะทำอะไรได้ มันเลยมีพลังมากๆ

จากที่เรางงๆ ตอนนี้ก็ตะโกนได้เต็มที่เหมือนกันว่า NO NUKES ล่ะ