เมื่อวานเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่8.8ริคเตอร์
อยู่มาห้าปีไม่เคยเจอโหดขนาดนี้ คิดไว้แล้วว่าซักวันต้องเจอแจ๊คพอต
แต่เจอจริงๆก็อยู่ในสภาพง่อยเปลี้ย

ตอนเกิดแผ่นดินไหวไปมหาลัยพอดี กำลังยื่นเรื่องขอใบtranscript
มันไหวแรงจนคนต้องแห่กันออกมาด้านนอก เห็นห้องสมุดtoyo itoแกว่งอย่างหนักหน่วง โคมไฟเหวี่ยงไปมา รถที่จอดอยู่เตี้ยๆก็ทำท่าเขย่าน่ากลัว มีลุงออกมาตะโกนคุยว่าหน้าต่างที่เปิดอยู่ปิดไม่ได้ คนของมหาลัยก็คุยกันว่านี่ใหญ่มากๆ โทรไปที่ไหนไม่ได้เลย ลองโทรดูก็เออ สัญญาณมีแต่โทรไม่ติดจริงๆ ตอนนั้นก็ไม่ได้ซีเรียสมากเพราะตึกมหาลัยมันใหม่มาก แถมเป็นภูเขาโล่งๆคงไม่เป็นไร ยังคุยขำๆกับลุงอีกคนเลย แกบอกแผ่นดินไหวทีไรแกสูบบุหรี่ทุกที ยังไงก็ขอสูบมวนนึงก่อนตาย

เดินไปขึ้นรถเมล์กลับ สังเกตว่าก้อนปฏิมากรรมหินขนาดใหญ่กลิ้งหลุดออกจากฐาน
ชักตะหงิดๆ

รถเมล์ก็มาสาย ว่าจะเดินไปครึ่งทางต้องวิ่งย้อนกลับมา
นอกหน้าต่างตามเส้นทางมีความแตกตื่นเล็กๆ ผู้คนออกมาจับกลุ่มคุยกันตามถนนหน้าบ้าน
ไฟตามทางดับ ตามสี่แยกต้องมีคนมาโบกแทนไฟแดง

แล้วก็จริงๆ รถไฟทุกเส้นหยุดทำการ

ก็ยังไม่คิดว่าจะนาน เลยไปเดินเตร็ดเตร่รอเวลา ว่าจะไปหาอะไรกิน
ปรากฏว่าตึกทั้งหมดถูกตัดไฟ ร้านค้าหยุดทำการทั้งหมด

เพราะต้องปิดตึก ร้านค้าพวกMcเลยต้องขนเอาเก้าอี้ออกมาให้นั่งกันด้านนอก

lawsonปิด

พวกเด็กๆ มีหมวกกันภัย

พนักงานห้างอพยพออกมาด้านนอก

เดินวนไปอีกที เจอป้ายแบบ เออ คงไม่ใช่แค่สองชั่วโมงแล้วว่ะ
ต้องหาอะไรกินจริงๆแล้ว

เมื่อเกิดวิกฤติก็ต้องมีตลาดมืด ร้านขายยาร้านนี้เปิดทั้งมืดๆ ก็ไปซื้อพวกน้ำกับขนมตุนไว้ บางคนมาซื้อไปเยอะมาก

เดินหนาวๆไปซักพักไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ฟ้ามืดลงทุกที เห็นแสงสว่างออกมาจากธนาคาร ในโซนบู้ทเอทีเอ็ม โผล่หน้าไปเห็นคนนั่งกองๆกันอยู่หกเจ็ดคน
สรุปว่ามาหลบหนาวเหมือนกัน เลยขออาศัยด้วยคน ตอนนี้ก็เริ่มได้อัพเดทข่าวสารจากคนที่คุยๆกันว่าเกิดที่แถวๆเซนได มีสึนามิลูกใหญ่

อยู่จนหกโมง คนของธนาคารก็มาขอโทษขอโพยจะขอปิดชัตเตอร์
โธ่ ผมต้องขอบคุณซะอีก
ด้านนอกมืดสนิททั้งเมือง เหมือนหนังซอมบี้
เดินไปเห็นคนต่อคิวซื้ออาหารจากซุปเปอร์ วนไปดูสายkeio
ก็ประกาศว่ายังฟันธงไม่ได้ว่าจะเปิดให้บริการเมื่อไหร่ คนรอเพียบ
เลยรอบ้าง สองชั่วโมงกว่า

ชักจะไม่มีทีท่า เริ่มทนไม่ไหว หนาว เลยหาchoiceอื่น
ลองไปดูที่โรงเรียนประถมใกล้ๆ พนักงานรถไฟประกาศไว้นานแล้วว่าเป็นศูนย์หลบภัย ลองเข้าไปดูก็เจอคนเป็นร้อย กำลังนั่งหน้าเตาไฟเป็นกลุ่มๆ


นั่งมองหน้ากันไปมา มีคุยกันบ้าง บางคนก็เอามือถือมาดูข่าวกัน
รู้สึกเหมือนในหนังโลกแตก แต่น่าทึ่งกับการจัดการ มีทั้งผ้าห่ม น้ำดื่ม ขนมปัง
มาทันที ในจำนวนเหลือเฟือ เห็นคนไม่รู้จักกันมาช่วยกันก็รู้สึกอุ่นใจนิดนึง
ของเราผ้าห่มแกะไม่ออกเงอะๆงะๆอยู่ลุงข้างๆก็มาช่วยแกะ บอกว่ามันมีปากถุงหากันสองคนก็ไม่เจอ
ปรากฏว่าต้องใช้กุญแจฉีกเอา แกมันมือเลยช่วยเขาฉีกไปเรื่อย

อยู่ได้ซักพักห้าทุ่มก็มีคนออกไปจำนวนนึง
ข่าวว่ารถไฟเปิดแล้วบางส่วน เลยเดินฝ่าความหนาวออกไปดู
ไอ้บางส่วนนั้นดันไม่ใช่ส่วนของเรา พนักงานบอกว่าจะเสี่ยงไปก็ได้ แต่ทางนั้นจะหนาวกว่านี้อีก
โอเคกลับไปนอนที่เดิม

หลับไปซักพักตอนกี่โมงไม่รู้ไฟก็ติด แต่ก็ยังมามีหรี่ไฟให้ เหมือนบนเครื่องบินเลย

ภาพสุดท้ายก่อนนอนบนเก้าอี้สี่ตัว ทุกคนนอนพื้นกันหมดเลยมีเก้าอี้ว่างมากมาย

ถึงจะมีเตาผิง แต่ก็หนาวใช้ได้ ถ้าไปเกิดแบบนี้ที่อื่นคงตายไปแล้ว ดีที่เป็นญี่ปุ่น
ตื่นมาตอนตีสี่ มีคนมาแจกหนังสือพิมพ์ให้อ่าน เหวอไปเลย

สุดท้ายก็ออกมาตอนหกโมงเช้า คุณลุงๆที่นั่งเฝ้ากันทั้งคืนยังมาถามไถ่ว่าบ้านอยู่ไหนกลับยังไง เดินทางดีๆนะ น่าซึ้งใจ

ถึงชินจูกุยามาโนเตะก็ยังไม่เปิด เลยนั่งรถใต้ดินมาอิเคะเเล้วเดินกลับมาบ้าน
นั่งดูข่าวทีวีแล้วน่าตกใจกับภาพข่าวต่างๆ ตอนนี้ก็ยังมีแต่ข่าวอยู่
เอาเป็นว่าถึงบ้านแล้วก็เบาใจไปได้หน่อยนึง