เขียนถึงการหางานในญี่ปุ่นซะหน่อย

ทำไมต้องสมัครงานด้วยก็ยังงงๆอยู่ เพราะอยู่เมืองไทยก็ไม่เคยทำ
พวกเขียนจดหมายเรซูเม่ ถ่ายรูปติดบัตร เขียนแบบฟอร์มอะไรนี่
อยู่บ้านเราก็ไหลไปเรื่อยๆมีคนชวนไปทำโน่นนี่ก็อยู่รอดมาได้ มาอยู่ที่นี่ไม่มีอย่างนั้นแล้ว รุ่นพี่ที่จบก็รู้แค่ว่าตอนเรียนมันทำอะไรเป็นงานจบแล้วก็หายหัวกันไปหมดเลย

แล้วถ้าจะหางานเนี่ยที่ญี่ปุ่นเขาจะฟิตกันตั้งแต่ปีสาม ถ้าเรียนโทก็ปีหนึ่ง
มีแผนกจัดหางานเรียบร้อยในมหาลัย ให้ไปปรึกษาและเตรียมตัวต่างๆ
ทั้งวิธีเขียนใบโน่นนี่ เตรียมสัมภาษณ์แล้วก็ข้อมูลบริษัท มีกระทั่งนัดให้คนบริษัทต่างๆมาแนะนำตัว ซึ่ง…จะบ้าเหรอ คนเพิ่งเข้าไปเรียนได้ปีนึงงานเรียนยังจะเอาตัวไม่รอด เวลาคนถามหรือมีแบบฟอร์มอะไรให้กรอก ก็จะตอบไปทันทีว่ากลับบ้านโลดครับ เลยไม่ค่อยได้ยุ่งอะไรกับพวกนั้น เวลาเพื่อนๆยุ่งๆกัน เราก็เที่ยวมั่ง กลับไทยมั่งจนจบมา

ไปๆมาๆก็ได้รู้ว่าจบปริญญาโทแล้วท่านสามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าหางานได้หนึ่งปี!
อะโอเค งั้นก็เดี๋ยวหางานครับ ขอวีซ่าก่อน เหอะเหอะ

ถึงแม้จะอยากเที่ยวไปทั่วญี่ปุ่นมากกว่าแต่มันก็ไม่มีตังเหลือแล้ว ที่เอามาใช้คือทุนที่jassoเขาให้มาตั้งแต่เรียน เพราะฉนั้นก็เลยคิดว่าจะอยู่มันแต่ในโตเกียวนี่แหละจนวีซ่าหมด อ๊าตๆเป็นเด็กเสิร์ฟไปเรื่อยๆแล้วค่อยกลับ แต่ว่ามันว่างมากจนคิดฟุ้งซ่านว่าถ้าทำงานต่อมันซะเลยมันจะเป็นยังไงหว่า เลยลองดูว่าเขาสมัครงานกันยังไงแล้วก็พบว่านี่มันเหมือนสอบเข้าทุกอันเลยชัดๆ มีโจทย์มีระยะเวลาชัดเจนเป๊ะๆ

ที่ผ่านมานี่มีทั้งโจทย์ที่มารู้ตอนหมดเขตแล้ว
น่าเสียดายคือdraftกับnakajima design ของnakajimaนี่พลาดมาสองปีติดต่อกันเพราะตอนแรกว่าจะส่งแต่ไม่ส่งเพราะตัดสินใจกลับดีกว่า พอมาปีนี้ไม่ได้อ่านblogที่แกเเปะประกาศไว้ ผ่านdeadlineมาสามวันเพิ่งจะมาเจอจากการsearchกูเกิ้ลว่า รับสมัครผู้ช่วยดีไซเนอร์ พี่ก็ขึ้นมาซะอย่างนั้นเลย ไม่ไหวเลยเสียดายจริง

บางอันรู้มานานแต่คิดไม่ออกจนหมดเขตไปคาตา คือsun ad
ให้โจทย์มาสองข้อคือจงออกแบบปกหนังสือชีวประวัติของตัวท่านเอง ตั้งชื่อหนังสือเองแล้วทำโลโก้ชื่อหนังสือด้วย กับอีกข้อคือ มีเครื่องดื่มบิวตี้ออกใหม่
จงตั้งชื่อ ออกแบบpackageแล้วทำโฆษณาลงหน้าคู่นิตยสาร คิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว ชื่อหนังสือยังไม่ได้เลย ก็เลยจบไปแบบเศร้าๆ

แล้วก็ของsano kenjiroที่ไม่มีโจทย์ เพียงส่งพอร์ทแล้วก็เงียบหายไปกับสายลม
เออ มันต้องอย่างนี้สิ ค่อยโล่งหน่อยว่าได้ทำ

อันที่ส่งไปคือของ asyl จงdrawing ของที่ในฐานะกราฟฟิคดีไซเนอร์แล้วมีเสน่ห์ที่สุด โอเค ไม่ต้องคิดมากดี ถึกๆ เลยdrawingตัวขูดส่งไปซะเลย ทำอยู่ห้าวันหกวันเล่นเอาพลาดโอกาสบริษัทอื่นๆไปหมด คิดแล้วยังแค้นใจไม่หายว่าไม่ได้แม้แต่จะลองส่งงานไปให้เค้าดู

สุดท้ายasylก็เมล์มาว่าจะให้เข้าไปสัมภาษณ์
พอไปถึงก็คุยเล่นกันซักพัก ลุงซาโต้นาโอกิใจดีทีเดียว
เอาหนังสือokgotokyoให้ดู แกอยากได้เลยแลกกันไปกับหนังสือที่เขาออกแบบ

ได้ไม่ได้ก็ไม่รู้แต่ถ้าไม่ได้ก็ยังมีของsato takuที่ว่าจะทำงานใหม่ๆส่งไปเลย เพราะมันไม่มีdeadlineแต่ถ้าได้ใครก่อนก็จะปิดรับ

ก็หนุกดีนะ ทำให้ไม่ว่างจนเกินไป เกมpspจอยพังด้วยเลยไม่มีอะไรทำ