เมื่อวานไปเดินเล่นแถวๆmeguro แต่เปลี่ยนใจเพราะหนาวจัดเลยว่าจะไปหาอะไรกินที่นากาเมกุโระใกล้ๆ ปรากฏว่าซากุระมาเเล้วซะอีก ถึงจะยังไม่พีค เพราะเทศกาลกำหนดไว้อาทิตย์หน้า แต่คนก็ตั้งแผงกันแล้ว เดินกินโน่นนี่ไปตลอดทาง ไม่ต้องเข้าร้านก็อิ่ม อาทิตย์หน้าจะไปที่ไหนยังไม่รู้เลย

วันนี้ไปดูงานที่3331 art chiyoda ชื่อแปลกๆมาจากจังหวะการปรบมือ3-3-3-1
เป็นโรงเรียนเก่าสี่ห้าชั้นเอามาทำเป็นห้องเล็กๆแบ่งให้คนเข้ามาทำอะไรartๆตามสไตล์ สวยง่ายและท่าทางจะถูกดี เสียดายที่ไม่ได้เอากล้องไป วันหลังอากาศดีๆก็น่าไปอีก เดินเลยอากิฮาบาราไปนิดเดียว

ตอนเย็นไปฟังบรรยายคุณkitagawa isseyจากgraph บริษัทออกแบบที่เป็นโรงพิมพ์ไปในตัว ผลงานกล้าหาญที่เกิดจากการละทิ้งตัวเอง ล่าสุดงานroppongi art nightเขาบอกว่าถ้างานนั้นเท่เกินพวกคุณย่าคุณยายคงไม่ดูแน่ๆ ไอ้การทำอะไรง่ายๆเยอะๆนี่มันเป็นอารมณ์ของคนธรรมดาไม่ใช่เหรอ อย่างที่บ้านแม่เขาก็มีนาฬิกาตั้งอยู่ทุกมุม เวลาดูจะได้ไม่ต้องหันไปหันมา เหตุผลพิลึกแบบนี้แหละที่มันเป็นมนุษย์กว่า เลยทำแบบที่ใครดูก็คงว่านี่จ้างนักออกแบบเหรอวะนี่ แต่ผลที่ได้คือทำให้ชาวบ้านกลับสนใจงานนั้นขึ้นมา พี่แกใส่สุดจริงๆไปดูได้ คือถ้าไม่เห็นงานเก่าๆผมก็คงไม่สนใจเหมือนกัน แต่พี่คนนี้แกทำแล้วใส่การพิมพ์ดีๆลงไปมันเลยมีเสน่ห์อย่างประหลาด แล้วยิ่งทำยิ่งมือขึ้นอีกต่างหาก เดี๋ยวนี้เห็นคอมโพสประมาณนี้ก็รู้เเล้วว่าใครทำ

http://www.roppongiartnight.com/en/index.html

นอกจากนั้นยังมีงานพิมพ์อื่นๆที่ลูกค้าสั่ง เขาก็มาอธิบายให้รู้ว่าสุดท้ายไอ้ที่ว่าการพิมพ์ญี่ปุ่นมันเป๊ะๆเนี่ย ไม่ใช่อะไร คนทั้งนั้น เขาเอาแพนโทนมาให้ดูว่าที่ออกมาพอพิมพ์ลงไปบนกระดาษต่างกัน สีมันก็เปลี่ยน จะไม่ให้เปลี่ยนก็ต้องใช้คนตั้ง เครื่องแพงแค่ไหนก็ตั้งออโต้ไม่ได้ มีงานนึงลูกค้าให้ด้ายมาเส้นนึง กรุณาพิมพ์ตัวหนังสือสีเดียวกับด้ายนี้ เขาก็ต้องพิมพ์เทสแล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆออกมาให้มันเท่ากับด้ายนั้นแล้วค่อยเลือก พิมพ์จริงออกมาสุดท้ายคนจ้างก็เอาด้ายนั้นไปเย็บเป็นหนังสือแคตตาล็อกเสื้อผ้า ตัวหนังสือกับด้ายก็จะเป็นสีเดียวกันพอดี ฟังแล้วถึกมาก แต่งานออกมาแล้วก็คุ้ม

เขาเล่าให้ฟังอีกว่าเพราะอยากจะทำงานพิมพ์ให้ได้ดีๆในยุคที่คอมยังไม่ค่อยมี
ต้องเอาพวกงานพิมพ์มาหัดมองว่าสีเหลืองกี่เปอร์เซนต์ กระดาษมาจากบริษัทไหน
หัดวาดฟอนต์ตามรูปร่างเหมือนที่เด็กๆหัดลอกการ์ตูน ให้มันเข้าไปในหัวในร่างกายเหมือนนักกีฬาซ้อมไปแข่ง ทำทุกวันวันละสิบห้ายี่สิบนาที ใครอยากเก่งตามก็ลองทำดูได้ครับ

วันนี้เหมือนได้ฟังเรื่องสำคัญมากๆมา
การออกแบบที่คิดถึงคนดูคนใช้จนเกิดงานแบบนั้นได้นี่น่าคิดมาก ตัวเองยังทำงานติดสวยติดเท่อยู่เลย น่าเสียดายพี่แกพูดฟังยากเหลือเกิน สำเนียงคันไซสุดๆ