จบเเล้วจ้า

เข่าอ่อนกันไป

พี่เคราฮิปฮอป ทำงานให้มูจิ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เข้ากับหน้าเลย

อาคเหม็ดจากจอร์แดนผู้รักการชงชา

สลอนเลย

ลูอิสสาวอังกฤษช่างเม้าท์ทำงานเกี่ยวกับcop15

ภาพวิวของจุนโกะ ชอบมากๆน่าจะชอบที่สุดของรุ่น ซึ่งอาจารย์บอกว่าสวยขึ้นทุกที งานภาพประกอบนั้นสวยเกินไปจะกลายเป็นภาพทิวทัศน์ธรรมดาต้องระวัง

ยูนบ้าพลังซะจนคนต้องเปลี่ยนกระบวนท่าพรีเซนต์กันยกใหญ่

ของดีต้องปีนบันไดดู

อัลเมด้า มาเฮสะ ชาวอินโดแสนเพี้ยน อาจารย์ยกให้เป็นเทนไซ(อัจฉริยะ)ไปแล้ว

อีกคนที่ชอบ silkscreenแบบเด็กๆ

สภาพตอนคุยงาน

อิวาเสะ บอกเดี๋ยวเจอกันที่ไทย

ชินซังชาวจีน ได้งานbranding consultที่ปักกิ่งแล้วเลยปล่อยเบลอ

มินจังล่ามเกาหลี

อาจารย์ซาวาดะทำหน้าดุกับทุกคนก่อนปล่อยมุข

มักกี้ปีหนึ่งกำลังซ้อมบทคนเดียว คนนี้นิสัยดี

พรีเซนต์งานครั้งสุดท้าย ค่อนข้างจะสบายๆ เรียกว่าเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้เตรียมโพยหรือลำดับอะไรเท่าไหร่
หลักๆที่ต้องคุยก็คือ ตอนผมเข้ามาผมอยากรู้ว่ามันจะมีอะไรให้เรียนบ้าง
ไอ้ที่เห็นอยู่นี่คือสิ่งที่ได้เรียนมาครับ

อาจารย์ก็มีคอมเมนต์แบบใจดีๆเพราะไหนๆจะจากกันแล้วก็คงไม่ได้เข้มงวดอะไรเเล้ว เอาเข้าจริงถ้าจะยิงก็คงยิงได้มากมายหลายนัด

อาจารย์ซาโต้หลังจากที่ได้ไปบ้านแกแล้วก็สั่งสอนกันเป็นครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องสีและpictogram อ.ซาวาดะ ตอนแรกก็โดนเรื่องโปสเตอร์ของคุซามะเหมือนกันว่ายังresearchไม่ดีพอ แล้วแอบมาชมข้างหลังว่าすばらしい อ.นากาจิม่า คุยเรื่องของการทำงานกับศิลปินและดีไซเนอร์ว่าเกิดปัญหาจนบัดนี้ให้พยายามต่อไป แอบเห็นว่าแกเขียนcommentสั้นๆในใบรายงานว่าgreat! ถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่าโล่งแล้ว เพราะคนเหล่านี้แต่ละคนมันอาจารย์ของเหล่าดีไซเนอร์ที่เราโครตชอบหมดเลย ทำงานมาไม่กี่ชิ้นแต่ได้มายืนพรีเซนต์งานหน้าอาจารย์ของ kashiwa sato,sano kenjiro นี่มันเป็นเรื่องsurreal สุดๆแล้ว

ซึ่งจริงๆก็ยังไม่พอใจงานอยู่ แถมยังรู้สึกว่านี่มันจบจริงเหรอนี่ง่ายจัง
เอาเข้าจริงทำงานมาถึงตอนนี้ก็ไม่ชอบงานไหนที่เสร็จแล้วของตัวเองซักอัน มีแต่งานsafeๆน่าอาย แต่รวมๆมองจากสายตาก็รู้สึกเหมือนได้รับความหวังความคิดของอาจารย์ทุกคนกลับไปทำอะไรที่เมืองไทยดู ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่ได้รู้ที่ไม่เห็นต้องมาเรียนที่นี่เลยอีกอย่างนึงคืองานเทพๆที่ไหนจริงๆมันก็มาจากคนธรรมดาเหมือนกันนั่นแหละ มันไม่มีอะไรต่างหรือว่าสบายกว่ากันเท่าไหร่เลย ลูกฮึดล้วนๆ

สองปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ไวที่สุดในชีวิต คงเพราะมีอะไรให้ทำโน่นนี่นั่นมากมาย
แถมยังมีblogเอาไว้เตือนความจำอีกว่าการเดินทางจากโรงเรียนภาษาผ่านเข้าไปสอบจนส่งงานสุดท้ายมันเป็นยังไง แล้วก็ค่อนข้างบรรลุจุดประสงค์ที่อาจารย์โรจน์บอกไว้แต่แรกว่า “อย่าเรียนอย่างเดียวนะ” 555 ถึงblogนี้จะเขียนให้ตัวเองอ่านเป็นหลักแต่ต้องขอบคุณทุกคนที่คอยเชียร์ครับ หลังจากนี้จะพยายามกับ goodcitizen ต่อไปล่ะ

ขอแถมเวบผลงานศิษย์เก่าทามะ ตอกย้ำกันไปว่าของจริงยังอีกไกล
http://aworks.tamabi.ac.jp/#/works/