ฮ่าฮ่า

ใช่แล้ววันเกิดปีที่สามสิบ ปีนี้ฉลองด้วยการไปดูนิทรรศการที่mori art museum
มีงานใหม่มาลงพอดี เลยไปดูงานartเอาฤกษ์เอาชัย งานนี้ชื่อ “Medicine and Art: Imagining a Future for Life and Love” เป็นการจัดงานศิลปะเกี่ยวกับการแพทย์และความตาย ช่างเหมาะกับวันเกิดเสียจริง

พอไปถึงก็ดังคาด ไม่สิ เกินคาด สุดๆไปเลย ทั้งศพจริงศพปลอม เครื่องมือเเพทย์ทุกยุคสมัย งานที่ชอบคือภาพถ่ายเจาะใบหน้าก่อนหลังของคนตายในอายุต่างๆ ไม่ได้โหดอะไร เหมือนนอนหลับนั่นแหละ บางคนก็ดูป่วยๆตอนมีชีวิตแล้วก็ดูหลับสงบๆตอนตายไปแล้ว บางคนก็เป็นคนแก่ที่ดูสายตาผ่านอะไรมามากแล้วก็แค่หลับตาลง ดูแล้วไม่รู้สึกกลัว งานง่ายๆแต่งดงาม
ไอ้partของจริงที่ขนมาจากscience museum ทั้งหลายนี่ล่ะสยอง มีคนที่ถูกฝานเป็นแผ่นบางๆ เอาของเหลวออกแล้วอัดพลาสติกใสๆเข้าไปเพื่อจะได้เก็บนานๆ ก็จะเป็นเป็นหัวคนรูปตัดบางๆประมาณ2มิล จากสมองลงไปเป็นกระดูกสันหลังอะไรต่อมิอะไร โอย ดูแล้วยิ่งกว่างานDamien Hirst ถ้าเอามาทั้งตัวคงมีคนเป็นลม นี่ก็มีป้ายเตือนให้ทำใจก่อนเข้าชมตลอดเวลา

ซึ่งก็มีงานตาDamien Hirstมาสองสามงาน พูดถึงเรื่องความตายและการแพทย์จะขาดเขาไปได้ยังไง นอกจากนี้ก็มีงานsketchอนาโตมี่ของดาร์วินชี่ ไอ้ผ่าศพออกมาเขียนนี่ก็เหวอแล้ว ยังจดโน๊ตกลับด้านขวาซ้ายกลับกระจกอีก คนหรือนี่ แล้วก็พวกอุปกรณ์การแพทย์โกธิคงามๆ แขนเทียมแบบยุคberserk กระเป๋าใส่ยางามวิจิตรยังกะใส่น้ำหอม ลูกตาปลอม อวัยวะปลอมยุคต่างๆ มีเข็มขัดกันชู้ด้วย ของใหม่ๆก็มีพวกขาเทียมหุ่นยนต์ รถเข็นคลื่นสมองไม่ต้องใช้มือทำนองนั้น

อันดับหนึ่งrankingจิตตกคือศิลปินคนนึงจากฟิลิปปินส์ มองไกลๆก็เป็นงานinstallผ้าใบสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวบนผนัง ฝุ่นๆบนtextureแปลกๆ เราก็นึกว่าเขาpaintลงบนกรอบไม้สีดำมั้ง เดินไปหน่อยเป็นจอทีวีแสดงขั้นตอนการทำผลงาน ตัวศิลปินกำลังขูดกระโหลกมนุษย์ลงพื้นพื้นtextureกระดาษทราย โอ้ ขอบคุณมาก conceptประมาณว่าเมื่อร่างกายของมนุษย์ทุกอณูกลายเป็นศิลปะอย่างแท้จริง และสื่อถึงความงดงามของความตาย โอยยยย เขาบอกว่าขั้นตอนการฝนกระโหลกนี้ใช้เวลา14วัน ถึงได้เสร็จสมบูรณ์กระโหลกหายไปหมดสิ้น เหลือแต่งาน ไอ้ที่เราเห็นเป็นสี่เหลี่ยมฝุ่นๆขาวๆตรงหน้านี่่ล่ะ

จิตตกสมบูรณ์แบบ ก็ได้เข้าไปดูproject complaint choir ใกล้ๆทางออก
ช่วยชีวิตไว้ได้ เพราะมันปลุกใจมาก นี่แหละชีวิต ผนังสี่ด้านค่อยๆแสดงวิดีโอcomplaint choir ของประเทศต่างๆ และนี่เป็นวันแรกของ complaint choir tokyo ก็น่ารักดี ไม่ค่อยบ่นอะไรสะใจเท่าไหร่ ดูเกรงใจๆตามประสาชาวญี่ปุ่น เลี้ยงหมาไม่ได้ รถไฟคนแน่นอะไรอย่างนั้น แต่ก็เป็นบันทึกความรู้สึกของมนุษย์ที่มีกับที่ๆตัวเองอยู่ จริงๆแล้วมันก็บ่นกันทุกเมืองนั้นแหละไม่ต้องห่วง ถ้ามันได้ไปแสดงในหอศิลปกรุงเทพมันคงจะเจ๋งมากๆ แต่ก็เข้าใจขึ้นว่ามันไม่ต้องทางการอะไรมากก็ได้ มีเมืองนึงเล่นกันอยู่เจ็ดเเปดคนก็มีแล้วแถมน่ารักสุดๆ ยิ่งดูก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว มันต้องมีบางกอก ประเทศไหนๆเขาก็มี ที่สิงคโปร์นี่ทางเมืองเขาห้ามเขายังทำกันได้ อยากทำๆๆ ใครอยากร่วมด้วยเรามาสุมหัวกัน