ได้รับอะเดย์เล่มญี่ปุ่นแล้ว อ่านสนุกดี
ได้มีส่วนร่วมนิดหน่อยตรงคอลัมน์สนามเด็กเล่นครับ
เพื่อนๆและเพื่อนของเพื่อนผมเอง

เล่มนี้เลย์เอาท์เนียนตาดี รูปก็สวย รู้เลยว่าทำงานหนัก
แต่ว่าเพราะความเนียนนี้ทำให้รู้สึกตะหงิดอย่างหนักกับส่วนที่เหลือ
ไส้ติ่งนี้มันถูกเรียกว่าadvertorial คงมีคนบ่นกันนานแล้วล่ะ
คือไม่คิดว่าเดี๋ยวนี้มันจะบุกหนักขนาดนี้

อันว่าadverนี้คือโฆษณาที่มาในรูปบทความ (advertising+editorial)
แทนที่จะมาเป็นadหน้าเดียวก็จะมาเป็นคู่บ้างเป็นปึกบ้าง
ความหนาแปรผันตามความหนาของกระเป๋าตังลูกค้า

เนื้อหามันก็จะเริ่มเหมือนๆกันคือ เล่าอะไรที่เกี่ยวกับthemeเล่มก่อน
ถ้าสัมภาษณ์ก็จะตะล่อมชวนคุยโน่นนี่ที่ลูกค้าคิดว่าน่ามันสนใจ
แล้วพอตอนเผลอไม่ทันรู้ตัวก็จะตวัดเข้าเรื่องสินค้า แปะโลโก้เข้าไป
จบ ขายได้ ลูกค้าแฮปปี้ หนังสือได้ตังมาทำเล่มต่อไป

แต่ในฐานะคนอ่านแล้วแม่งงง
ยิ่งมาเเบบทำเป็นว่าเราไม่ได้ขายของเฉยๆนะ
เรามีสาระน่ารู้มาให้คุณด้วย หรือสัมภาษณ์คนน่าสนใจมากเลย
แต่ขอวางสินค้าไว้ระยะหน้านิดนึง
ซึ่งความรู้สึกผมตอนที่เปิดเจอlayout adverแล้วเนี่ย
มันก็จะ ฮึ่ย!

ส่วนคนทำนิตยสารผมก็เข้าใจว่าจะเเสดงตัวว่าไอ้ส่วนนี้กูไม่เกี่ยว
บางทีfontก็จะใหญ่กว่าหน้าอื่นบ้าง gridไปคนละทิศละทางบ้าง
บางทีกลัวไม่รู้ก็แปะยันต์กันผีมาว่า ADVERTORIAL SPACE
โอ้ ไม่บอกไม่รู้เลย พี่มาทั้งสีทั้งฟอนต์ขนาดนั้น
(แต่ส่วนใหญ่จะปะมาเพื่อบอกว่า หน้านี้ลูกค้าเสี่ยวครับ เลยทำได้แค่นี้)
คือถ้าขายของก็มาแมนๆทำแอดดีๆไปเลยยังจะหยุดเราสนใจได้มากกว่า
ไม่เข้าใจว่าจะตะบันทำกันไปต่อทำไม (หมายถึงเจ้าของสินค้าอะนะ)
บางทีเจอแบรนด์หน้าใหม่มาลงadverแล้วพาลจะเกลียดเอา
หรือว่าเขาวิจัยกันมาแล้วว่ามันwork แต่ส่วนตัวเคยทำยิ่งแล้วใหญ่
ถ้าเป็นคนก็คืออ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วน่ะ ไม่ต้องมาทำเนียน
ไม่ดูไม่อ่าน เปิดข้ามๆๆๆๆ

แน่นอนของญี่ปุ่นก็มีเยอะเหมือนกัน แต่หงุดหงิดไม่เท่า
มันรู้สึกได้ถึงความตั้งใจทำ ตั้งใจขายของ
เหมือนกับว่าทั้งคนทำคนอ่านก็treatมันเป็นงานโฆษณาชิ้นนึง
มาแมนๆ เราขายของ! ไม่ใช่ไส้ติ่งไว้เปิดข้าม
บางทีadverน่าอ่านกว่าคอลัมน์ประจำอีก
เคยเจอadverที่อยากอ่านจากนิตยสารไทยไหมครับ

กลายเป็นโพสด่าไทยชมญี่ปุ่นไปซะงั้น แต่เออ ช่วยไม่ได้
(ไอ้ที่ผมบ่นนี่ บ่นไปทั่วนะครับพี่ก้อง ไม่ใช่โพสด่าaday
เสียดายหนังสือดีๆน่ะ มันทำลายงาน🙂