เวลาที่ไปดูงานที่ไม่รู้อะไรเลย บางทีก็จะเจอของจริงเข้าแบบนี้

ได้ไปดูนิทรรศการผลงานของคุณTakehiko Inoue คนเขียนvagabond
ไปดูวันแรกวันเสาร์ ไปถึงเที่ยง เขาบอกว่าเข้าได้ตอนห้าโมงเย็น ไอ้บ้า
เพราะว่าเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะมากเขาเลยเปิดให้เข้าเป็นรอบๆ และตอนนี้ตั๋วหมดแล้ว
เออ ก็เลยกลับไปซื้อตั๋วจาก ticket pia วันธรรมดา กะว่าวันจันทร์ไม่มีคนแน่ๆ
พอวันนี้ไปถึง แถวแม่งยาวกว่าเดิมอีกประมาณหกเท่า ไอ้พวกนักศึกษามันโดดเรียนมาดูกันรึไง
ต่อคิวไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ทำลายสถิติการต่อคิวใดๆในชีวิตไปเลย

จากชื่อนิทรรศการว่า
the last manga เราก็นึกว่าแค่ตั้งชื่อเท่ๆ ก็คงมีภาพต้นฉบับมาโชว์ตามสไตล์
แต่พอเข้าไปดูได้สองสามรูป ทำไมเรื่องมันต่อๆกันหว่่า เฮ้ย! นี่มันคืองานใหม่หมดเลย
เขาเลือกที่จะทำเรื่องราวจุดจบชีวิตของมุซาชิที่นี่! แถมไม่ได้ผ่านการพิมพ์ที่ไหน
คนที่อยากรู้ก็ต้องเข้าไปอ่านในนี้เท่านั้น
งานการ์ตูนที่ปกติจะถูกจำกัดอยู่ในหน้ากระดาษขนาดเท่าๆกัน
ในงานนี้จะถูกเอามาเล่นกับพื้นที่เเละซัดกันเต็มที่
ทั้งรอยหมึก เส้นดินสอ ฝีแปรง กระดาษหลากหลาย วาดบนบล็อกไม้ก็มี
คนดูจะจะค่อยๆอ่านไปตามทางเดินเรื่อยๆ บางภาพก็เล็กจิ๋ว
เส้นบางเส้นก็ดีดกระจายออกมาจากกระดาษ (ส่วนใหญ่จะถูกวาดลงบนกระดาษที่textureคล้ายๆกระดาษสา)
บางชิ้นก็เขียนไปบนผนังของตึกเอาดื้อๆ บางชิ้นใช้เทคนิคของมุมตึกมาเล่นบังสายตา
เดินขึ้นเดินลง เข้าห้องมืด ออกไปเจอspaceขนาดใหญ่
เดินหักเลี้ยวไปไม่เตรียมใจก็จะเจอกับฝีแปรงระดับเทพเข้าจู่โจม
มีรูปนึงเป็นภาพขนาดใหญ่หน้าพ่อของมุซาชิมองต่ำลงมาหาเรา พอหันหลังไปก็เป็นรูปมุซาชิในวัยเด็ก
อารมณ์นี้หาไม่ได้ในการอ่านการ์ตูนธรรมดาแน่ๆ

เหมือนคนเขียนจะกลับไปสู่จุดเเรกของการวาดภาพ ก่อนที่จะเกิดการพิมพ์
ให้คนดูรู้กันไปเลยว่าถ้าการ์ตูนมันไม่พิมพ์แล้วมันจะเล่าเรื่องยังไง
เเล้วเรื่องที่เล่าก็ไม่ใช่ขี้ๆ
เนื้อหาเป็นการสนทนาธรรมของมุซาชิในวัยชรากับเด็กหนุ่มคนนึงที่มาขอเป็นลูกศิษย์คนสุดท้าย
การรำลึกเรื่องราวและผู้คนทั้งมิตรและศัตรูก่อนที่มุซาชิจะหลุดพ้นและเดินทางเข้าสู่นิพพาน
…ไม่ได้เตรียมใจมาเจอการ์ตูนเรื่องลึกซึ้งขนาดนี้ แถมได้อ่านในหอศิลปอีก!

ชอบที่สุดเป็นวินาทีที่เดินมาเจอฮอลล์มืดขนาดใหญ่(โครต)
เว้นแต่อีกฟากเป็นผนังสีขาวที่มีภาพแขวนอยู่หกภาพ
บนผนังเป็นภาพของแม่ที่กำลังอุ้มลูก และ มีรูปนึงเป็นมือของมุซาชิที่ปล่อยดาบ
ใต้รูปมีดาบไม้วางอยู่จริงๆ แล้วภาพนั้นยังจงใจแขวนให้ต่ำกว่าภาพอื่นระดับนึง
ดูแล้วร่วงเข่าอ่อนไปเลย ถึงว่าต้องมีspaceด้านข้างใหญ่ขนาดนั้น
คงรู้ว่าคนดูจะต้องใช้เวลานั่งพัก เดินต่อไม่ไหวจริงๆ

หลังจากปล่อยวางทุกอย่างแล้ว ก็มีคนมารับมุซาชิ
ห้องนั้นโล่งโปร่ง ฉากบนหาดทราย ก็เลยมีทรายจริงๆบนพื้นให้เหยียบด้วย
กรอบสุดท้าย เป็นเงารางๆ ของคนสองคน
ที่มุมผนังก็มีลายเซ็นของคนเขียนพร้อมวันที่

เดินออกมาแบบจุกๆ เก่งโครตๆ ทั้งคนเขียนคนจัด
เขาว่าความคิดช่วงเวลาสุดท้ายของคนจะนำไปสู่สุขคติ
เชื่อว่าถ้าเราได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้อีกทีตอนก่อนตายคงจะดี




井上雄彦の最後の最高展行った。
日本に来て良かった。