การเคลื่อนไหวเพื่อปลดปล่อยภาพยนตร์ไทยสู่เสรีภาพ

บ่นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ช่วยกันได้ง่ายๆดีกว่า
อย่าให้มันเศร้าไปกว่านี้เลย

โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
ร่วมกับไบโอสโคป มูลนิธิหนังไทย สมาคมผู้กำกับ
และพันธมิตร

ผมรู้สึกเสียใจยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแก่หนังของผม
อย่างไรก็ตาม
การต่อสู้นี้มิได้เป็นไปเพียงเพื่อจะผลักดันภาพยนตร์เรื่อง
“แสงศตวรรษ” ให้ได้เข้าโรงฉายในประเทศไทย
ผมมิได้มีความต้องการจะใช้โอกาสนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของผมเอง
แต่ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องขบคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับกฎหมายการเซ็นเซอร์ของไทยเรา
เพื่อที่คนทำหนังรุ่นต่อไปจะได้ไม่ต้องเผชิญปัญหาเดียวกับพวกเรา
และผู้ชมชาวไทยจะได้มีอิสระในการเลือกอย่างแท้จริงเสียที

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องถกเถียงกันว่า
ก่อนที่หนังทุกเรื่องจะเข้าฉายนั้น
ควรหรือที่มันจะต้องผ่านการพิจารณาจากกรมศาสนา
แพทยสภา กลุ่มวิชาชีพครู กรมแรงงาน
ทหาร กลุ่มคนรักสัตว์ สหภาพแท็กซี่
ผู้แทนจากประเทศอื่น ฯลฯ?
หรือมันจะง่ายกว่าหากเราเปลี่ยนระบบการปกครองของประเทศให้เป็นรัฐเผด็จการเสียเลย
เพื่อที่เราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างเห็นพ้องเป็นหนึ่งเดียวกันทุกสิ่ง
และไม่ต้องเสียเวลาพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยกันอีกต่อไป?

ระบบการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ของไทยจำเป็นต้องถูกประเมินมาตรฐานเสียใหม่
สถานภาพและประสิทธิภาพของคณะกรรมการเป็นสิ่งที่ต้องถูกตรวจสอบและตั้งคำถาม
และเราควรตัดสินใจว่ากฎหมายเหล่านี้สมควรถูกเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง
ผมใคร่ขอเชิญชวนทุกท่านโปรดแสดงความคิดเห็นต่อระบบการเซ็นเซอร์ในประเทศของ
เรา และกรุณาให้คำแนะนำต่อเรา ได้ที่

http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html

ความคิดเห็นของท่านจะได้รับการส่งต่อไปยังรัฐบาลไทย
การสนับสนุนของท่านจะมีความหมายอย่างยิ่งต่อการต่อสู้ของเราเพื่อเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์
นั่นคือ เสรีภาพ
ผมขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาสละเวลาและมีส่วนร่วมในครั้งนี้

ขอบพระคุณมากครับ
อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

หมายเหตุ :
1.สำหรับผู้ที่ลงชื่อในเวบบอร์ด thaifilm.com ไปแล้ว
ขอความกรุณามาลงชื่อในเว็บใหม่อย่างเป็นทางการอีกครั้งด้วยครับ

2. การลงชื่อ
ขอเป็นชื่อและนามสกุลจริงนะครับ เพื่อใช้ตามกฎหมายได้

3.ติดตามรายละเอียดความคืบหน้าต่างๆ
ได้ที่บล็อก http://a-century.exteen.com

Advertisements